Sbobetbetting.com

ศูนย์รวมพนันกีฬาออนไลน์ผ่านเว็บ 24 ชั่วโมง

Month: กุมภาพันธ์ 2017

เด็ก 3 ขวบม้ามแตกโคม่า แม่-พ่อเลี้ยงสาบานไม่ได้ทำร้าย

พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี สั่งการให้ ร.ต.อ.อภิวุฒิ ลีโพนทอง รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี ตรวจสอบเหตุการณ์เด็กถูกส่งตัวมาทำการรักษาที่โรงพยาบาลอุดรธานี เมื่อคืนที่ผ่านมา เบื้องต้นจากการตรวจสอบทราบชื่อต่อมาคือ เด็กชายวุฒิ อายุ 3 ปี

เบื้องต้นพบว่าเด็กอยู่ในสภาพไม่รู้สึกตัวในขณะที่นำตัวส่งรพ. ท่อนแขนขวาผิดรูป หมอตรวจภายในพบว่าตับและม้ามแตกและมีเลือดออกในช่องท้อง รอยช้ำใต้ตาขวา ข้างลำตัวมีรอยช้ำ ศีรษะด้านหลังมีรอยบวมยุบ มีเลือดออกที่หูทั้งสองข้าง อาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน

จากการสอบถามรายละเอียดนางสาวสุภาพร อายุ 28 ปี มารดาของเด็ก และ นายโชคทวี อายุ 32 ปี พ่อเลี้ยง เบื้องต้นทั้งสองคนให้การว่า ลูกมีอาการชัก ตัวเกร็ง หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จ ตนเองจึงได้ป้อนยาฆ่าเชื้อให้ จากนั้นลูกชายก็มีอาการชักกระตุกมีเลือดทะลักออกจากหูทั้งสองข้าง จึงรีบนำตัวส่งอนามัยท่าลี่แต่อาการหนักมากทางอนามัยจึงได้นำส่งต่อโรงพยาบาลอุดรธานี

อย่างไรก็ตามแม่และพ่อเลี้ยงของเด็กยังให้การมีพิรุธวกวน แต่ยืนกรานไม่ได้ทำร้ายลูก บาดแผลไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด ขอท้าให้พาตัวไปสาบานที่ไหนก็ได้ แต่ยอมรับว่าหากลูกซนก็จะตีบ้างเป็นบางครั้ง แต่ไม่รุนแรงจนถึงขั้นบาดเจ็บสาหัส ซึ่งตำรวจจะทำการสอบสวนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อหาสาเหตุต่อไป

พุฒ เปิดใจ!! กลับคำพา จุ๋ย ขึ้นโรงพักแจ้งความไลน์หลุดท้อง

ถึงแม้จะเคยออกมาให้สัมภาษณ์ในครั้งแรก ถึงข่าวลือที่ นางเอกสาว “จุ๋ย วรัทยา” กำลังตั้งท้องอยู่กับหวานใจดีเจหนุ่ม “พุฒ พุฒิชัย” ซึ่งทั้งคู่ก็ได้ออกมาเผยว่าเรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริง และไม่อยากเอาผิดกับคนที่ปล่อยข่าว เพราะเชื่อว่าอยู่ในวงการคงต้องเจอกระแสเม้าท์บ้าง

แต่เรื่องก็ยังไม่จบลงง่ายๆ เมื่อมีไลน์หลุดออกมากระฉ่อนโลกโซเชียลถึงเรื่องที่เพื่อนสนิทนางเอกดังเม้าท์กันในกลุ่ม แฉเพื่อนว่าท้องจริงและกำลังจะไปเอาเด็กออก

ล่าสุด “พุฒ พุฒิชัย” ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนว่า ตน จุ๋ย และเพื่อนที่โดนแอบอ้างได้เดินทางขึ้นโรงพักเพื่อเอาผิดกับคนปล่อยข่าวแล้ว พร้อมยืนยันเป็นไลน์ปลอมแน่นอน ส่วนสาเหตุที่ต้องขึ้นแจ้งความนั้นเพราะไม่อยากให้ฝ่ายหญิงกับครอบครัวต้องเสียหาย

ที่ตัดสินใจไปแจ้งความ อัพเดทเรื่องคดีความเป็นยังไงบ้าง?
“เรื่องคดีความตอนนี้เป็นเรื่องของตำรวจอยู่ครับ ซึ่งเขากำลังตามเรื่องให้อยู่ครับ ที่ตัดสินใจไปแจ้งความเราก็มีการคุยกันแหละครับ จริงๆ เราก็อยากให้เคารพสิทธิ์ซึ่งกันและกัน และอยากให้คนที่เสพสื่อได้เสพสื่อในข่าวที่มันถูกต้องและเป็นความจริง ไม่อยากให้เอาเปรียบผู้บริโภคครับ เราก็ทำงานสื่อมาด้วยเหมือนกัน เป็นดีเจ แต่ก่อนเรียนนิเทศศาสตร์เราก็เขียนข่าว เราก็รู้สึกว่าการเขียนข่าวที่มันเป็นเรื่องจริง คนอ่านก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องจริง หรือบางทีข่าวที่ไม่เป็นเรื่องจริง บางทีคนอ่านก็เข้าใจไปแบบนั้นเหมือนกัน”

ทีแรกเราจะไม่แจ้งความ ทำไมถึงตัดสินใจแจ้ง?
“ทีไม่ได้แจ้งคือตอนแรกที่มีข่าวว่าจุ๋ยท้องมา ซึ่งผมเอง จุ๋ยเอง ก็ออกมาแถลงแล้วว่าไม่เป็นความจริงนะ ก็ไม่ได้จะฟ้องร้องอะไร ก็เหมือนเป็นการออกมาชี้แจง และหลังจากที่ชี้แจงไปแล้วก็ยังมีข่าวที่ไม่เป็นความจริงออกมาอยู่ ด้วยการที่เขียนข่าวในลักษณะนี้ออกมา คนอ่านก็อ่านแล้วเข้าใจผิด เอาจริงๆ เราไม่ได้โกรธครับ แต่เรามองว่าอยากให้คนได้เสพข่าวที่ถูกต้อง เสพข่าวที่เป็นความจริง และเคารพสิทธิ์ทั้งตัวเราเองด้วย เคารพสิทธิ์ของพี่ๆ ที่ลงข่าวผิดด้วย อยากให้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแค่คู่ผมคู่เดียว อย่าให้ไปเกิดขึ้นกับคู่อื่นๆ อย่าให้เป็นอย่างที่จุ๋ยเคยบอกว่า ปลาตายตัวนึง มันเน่ากันหมด”

ชี้แจงเรื่องไลน์หลุดที่ออกมา?
“มันคือไลน์ปลอมครับ เห็นแล้วเราก็รู้อยู่แล้วว่ามันมีความไม่เนียนอยู่”

เพื่อนจุ๋ยที่โดนทำไลน์ปลอมว่ายังไงบ้าง?
“เขาก็งงกันนะครับ คือเพื่อนจุ๋ยเขาคุยกัน รูปภาพบางรูปภาพเขาก็ไม่ได้ใช้เป็นรูปโปรไฟล์ แต่ก็เอามาตัดต่อกัน”

เพื่อนจุ๋ยจะเข้าไปแจ้งความไหม?
“วันที่ไปแจ้งก็ไปด้วยกันครับ”

แจ้งความข้อหาอะไรไว้บ้าง?
“อันนี้เป็นเรื่องของสำนวนตำรวจ เดี๋ยวรอให้เขาเคลียร์กันดีกว่า”

ได้คุยกับทางคู่กรณีเจ้าของเว็บไหม?
“ก็มีบางเจ้าโทรมาขอโทษครับ”

รู้ไหมว่าใครทำไลน์ปลอมขึ้นมา?
“เราก็กำลังสืบอยู่เหมือนกันครับ”

เราตั้งใจจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด หรือสามารถไกล่เกลี่ยกันได้?
“อันนี้เดี๋ยวคงต้องรอทางตำรวจอีกทีนึงก่อนว่าเรื่องราวไปถึงไหนแล้ว อย่างที่บอกว่าเราไม่ได้โกรธ เราไม่ได้เกลียด เราไม่ได้โมโห เพียงแต่เราอยากทำให้มันถูกต้อง อยากให้เคารพสิทธิ์ซึ่งและกัน และเราก็อยากให้คนได้เสพข่าวที่มันถูกต้องจริงๆ ผมกับจุ๋ยที่ออกมาแก้ข่าว บางทีคนติดตามข่าวที่แก้มันน้อยกว่ากว่าการที่ลงข่าวผิดๆ ครับ”

บางสื่อที่ขอโทษมาแล้ว เรารู้สึกยังไงบ้าง?
“มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องครับ ก็ขอบคุณครับที่ยังรู้สึกว่าเราเองก็มีตัวตน ยังมีค่า ยังเคารพสิทธิ์ของเราทั้งสองคน”

จะเรียกร้องอะไรมากกว่านั้นไหม มากกว่าคำว่าขอโทษ?
“อันนี้เดี๋ยวต้องรอทางตำรวจ อย่างที่บอกว่าสำนวนคดีไปถึงไหนยังไง ยกให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่”

ที่บอกว่ามีบางสื่อโทรมาขอโทษ แสดงว่าก็ยังบางสื่อที่ไม่ได้ติดต่อมาขอโทษใช่ไหม?
“ล่าสุดยังไม่ทราบว่ามีใครโทรมาอีกบ้างนะครับ แต่ว่ามีโทรมาครับ จริงๆ ทำผิดแล้วขอโทษก็เป็นเรื่องปกติ มันเหมือนเป็นการเคารพสิทธิ์เราด้วย เคารพสิทธิ์คนที่อ่านข่าวผิดๆ ไปด้วยครับ”

สื่อที่ลงข่าวผิดมีประมาณกี่สื่อ?
“ประมาณ 3 นะครับที่แจ้งความไป”

มีกำหนดการออกมาหรือยังว่าจะไกล่เกลี่ยคดีเมื่อไหร่?
“ยังไม่ทราบเหมือนกันเลยครับ”

ยังไม่หลุดพ้นเสียทีกับประเด็นท้องหรือไม่ท้อง?
“เราสองคนได้ออกมาตอบความจริงกันไปหมดแล้ว ก็ตามนั้นครับ”

เจอปัญหาอะไรด้วยกันมาเยอะ ก็สามารถจับมือฝ่าฟันทุกอย่างได้?
“เป็นกำลังใจ สู้ และให้กำลังใจกันต่อไปครับ มันก็ต้องสู้ๆ ครับในจุดนี้”

เหมือนทางจุ๋ยเองก็สภาพจิตใจดีขึ้นด้วย?
“จริงๆ ก็ไม่ได้สภาพจิตใจแย่อะไรขนาดนั้นครับ คือเราก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกันอยู่ตลอดครับ”

เรื่องนี้ส่งผลกระทบกับเราทั้งคู่ยังไงบ้าง?
“เราสองคนแคร์ครอบครัวของเรามากกว่า เวลาโทรกลับไปท่านจะถามว่า อ้าว ท้องแล้วทำไมถึงลงข่าวแบบนี้ ทำไมแย่ขนาดนี้ ทางบ้านก็รู้สึกไม่ดีครับ ซึ่งเราก็เสียใจตรงนั้นครับ แต่มันก็ไม่ได้กระทบกับงาน งานที่เราทำอยู่ก็ยังคงทำอยู่เป็นปกติในทุกๆ วันครับ”

เจอเรื่องเยอะขนาดนี้มีแผนจะแต่งตัดปัญหาไปเลยไหม?
“เอาไว้เดี๋ยวพร้อมแล้วบอก”

เห็นก่อนหน้านี้บอกเตรียมดูฤกษ์แต่งปีหน้าแล้ว?
“เดี๋ยวพร้อม หรือทุกอย่างลงตัวบอกอยู่แล้วครับ ตอนนี้ต่างคนก็ต่างทำงาน มีธุรกิจเป็นของตัวเองอยู่ครับ”

แสดงว่ามีคุยกับครอบครัวไว้บ้างแล้วใช่ไหม?
“คุยเรื่องปกติทั่วไป ทักทายทางนู้นเป็นยังไง ทางนี้เป็นยังไงครับ ส่วนจะอีกนานไหมก็เดี๋ยวรอลุ้นดูครับ ทางผู้ใหญ่ก็ไม่ได้มีเรียกไปคุยให้แต่งเพื่อจบปัญหานะครับ เพราะเราก็โตกันแล้ว อนาคตเราตัดสินใจยังไงก็บอกพ่อแม่ เพราะเราเป็นคนตัดสินใจด้วย”

แต่ก็มีบางมุมที่มองว่าหลังจากทีข่าวเราไม่ค่อยออกมาปกป้องจุ๋ยเท่าไหร่?
“จริงๆ เราก็ให้กำลังใจ และปกป้องในส่วนที่เราจะปกป้องได้ บางทีมีคนมาถามเราก็บอกไปว่ามันไม่จริง หรือถ้ามีโอกาสได้มาพูดต่อหน้าพี่ๆ สื่อมวลชน ถามอะไรที่มันไม่จริงเราก็สามารถแก้ข่าวได้ หรือพูดความจริงที่สุดนะครับ เขาก็เป็นคนที่ผมแคร์ เป็นคนที่ผมรัก ผมก็ไม่อยากให้คนมามองไม่ดีครับ”

ทางพ่อแม่จุ๋ยเองก็ไม่ได้คุยอะไรเป็นพิเศษในเรื่องข่าวกับตัวเราใช่ไหม?
“ไม่ได้คุยครับ”

น้ำตาล มั่นใจไม่มีปัญหา เจนี่ ชาวเน็ตดราม่า…ไม่รับไหว้!!

เจอประเด็นดราม่าครั้งแรกก็เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาซะแล้ว สำหรับ “น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์” มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2016 หลังชาวเน็ตโยงกันหนักมากว่าเจ้าตัวกับนางเอกรุ่นพี่ “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์” ไม่ลงรอยกัน เนื่องจากมีคลิปวีดีโอที่หลายคนตีความว่าสาวเจนี่ไม่รับไหว้ แถมยังไม่โพสต์รูปถ่ายร่วมเฟรมในงานแฟชั่นโชว์ลงอินสตาแกรม จนนางเอกซุป’ตาร์ถึงกับปรี๊ดแตกโพสต์เดือดลงโซเชียลฯ “อะไรๆ ก็ตรู งงหนักมาก!! พักบ้างอะไรบ้างมั้ยคะ ไม่เบื่อบ้างเหรอ”

ล่าสุด (14 ก.พ.) พอมีโอกาสได้เจอกับ “น้ำตาล ชลิตา” ในงาน “Siam Paragon Celebrates the Pride of Thailand 2017” บรรดาสื่อก็เลยต้องขอเข้าไปจ่อไมค์ถามถึงกระแสดราม่าดังกล่าว รวมถึงอัพเดทข่าวเม้าท์ “เกล้า” ผู้จัดการส่วนตัว “ใหม่ ดาวิกา” เข้ามาช่วยดูแลคิวงานจริงหรือไม่!? ซึ่งงานนี้สาวน้ำตาลก็ได้เคลียร์ให้เราฟังว่า…

ถามถึงประเด็นข่าวที่เกิดขึ้นระหว่างเรากับพี่เจนี่ เหตุการณ์วันนั้นเกิดอะไรขึ้น ?

“จริงๆ แล้วมันไม่มีอะไรเลยนะคะ หนูยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย มารู้ก็ตอนที่เป็นข่าวแล้ว ซึ่งตอนที่ตาลไปวันนั้นตาลก็ยกมือไหว้พี่เขา และพี่เขาก็บอกว่า “ค่ะ ค่ะ” คืออาจจะไม่ได้รับไหว้เฉยๆ แต่ก็ไม่มีอะไรเลยค่ะ ขนาดตัวหนูเองยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย (ยิ้ม)”

แต่จากคลิปที่ออกมาหลายคนมองว่าพี่เขามองผ่านเราไป ?

“จำไม่ได้เลยค่ะ (หัวเราะ) คือตาลไม่รู้จริงๆ จำไม่ได้เลย แต่ตาลเชื่อว่าพี่เขาไม่น่าจะมีอะไรนะคะ เพราะตัวตาลเองก็ไม่ได้มีอะไร”

ตั้งแต่มีข่าวออกมาเราได้ย้อนกลับไปดูคลิปหรือยัง ?

“ไม่ได้ดูเลยค่ะ (ยิ้ม)”

พอมีข่าวแบบนี้ออกมาตัวเราเองรู้สึกน้อยใจไหม ?

“ไม่นะคะ ไม่ได้น้อยใจอะไรเลย เราไม่ได้เป็นอะไรอยู่แล้ว และก็ไม่ได้คิดอะไรด้วย ตัวพี่เขาเองก็ไม่น่าจะคิดอะไรเหมือนกัน”

งงไหมว่าทำไมอยู่ๆ คนถึงได้จับเราไปโยงประเด็นกับพี่เขา ?

“งงค่ะ งงมาก อย่างที่ตาลบอกเลยตาลมารู้เรื่องอีกทีก็ตอนที่มันเป็นข่าวแล้ว”

แต่หลังจากนั้นเราก็ได้มีโอกาสเจอกับพี่เจนี่อีกครั้ง ?

“ใช่ค่ะ เจอพี่เจนี่สองงาน อีกงานเป็นงานของพี่ก้อง แต่ถามว่าได้คุยกับพี่เขาเรื่องข่าวไหม คือตาลยังไม่ได้รู้เรื่องเลยอ่ะค่ะ และอีกอย่างตาลกับพี่เจนี่ก็อยู่กันคนละกรุ๊ป มันก็เลยทำให้เราไม่ค่อยได้คุยกัน แต่กับข่าวที่บอกว่าพี่เจนี่ลงรูป คืออันนั้นตาลไม่รู้ว่าเขาต้องมีการถ่ายรูปบนนั้นอีก ตาลก็เลยเดินตามเข้าไปตามประสาคนไม่รู้เรื่อง (หัวเราะ)”

แสดงว่าจริงๆ ในเฟรมนั้นไม่มีเราอยู่แล้ว ?

“ใช่ค่ะ คือเฟรมนั้นไม่มีตาลอยู่แล้ว แต่พี่เขาเพิ่งไปเรียกตาลมา ตาลก็เลยเพิ่งได้ถ่าย”

สองครั้งที่เราเจอกับพี่เขาเราได้มีการทักทายพูดคุยกันไหม ?

“เวลาตาลไปงานตาลก็ไม่กล้าที่จะคุยกับใครมาก ก็เลยทำได้แค่สวัสดีพี่ๆ นู่นนี่นั่น ซึ่งพี่ๆ เขาก็จะแสดงความยินดีกับเรามากกว่าที่ได้มีโอกาสไปทำหน้าที่”

พี่เจนี่เขาได้แสดงความยินดีกับเราด้วยไหม ?

“คือตอนที่ตาลไปงาน งานมันก็เกือบจะเริ่มแล้ว ตาลก็เลยได้แค่ถ่ายรูปกับพี่ศรีริต้า พี่เจนสุดา แล้วจากนั้นก็รีบไปนั่งตรงที่ๆ เขาจัดให้”

รู้สึกยังไงบ้างที่แฟนๆ เราบางกลุ่มก็ไปโจมตีพี่เจนี่ ?

“อย่าไปโจมตีพี่เขาเลยค่ะ คือมันอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดมากกว่า เพราะจริงๆ แล้วมันไม่ได้มีอะไรเลย”

ตอนนี้มีข่าวว่า พี่เกล้า เข้ามาทำหน้าที่ดูแลเราเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเราแล้ว ?

“ไม่จริงค่ะ (ยิ้ม) แต่ตาลสนิทกับพี่ใหม่พี่เกล้าอยู่แล้ว เพราะพี่เขาเอ็นดูตาลมาตั้งแต่แรก ตั้งแต่ยังไม่ได้ประกวดเลย ซึ่งพี่ที่ดูแลตาลอยู่ตอนนี้พี่เขาก็รู้จักกับพี่เกล้าเหมือนกัน เวลาว่างๆ ก็ไปเล่นไปกินข้าวด้วยกันบ่อย (ยิ้ม)”

พี่เกล้าเขาได้ทาบทามเรามาบ้างหรือเปล่า ?

“ไม่ค่ะ ไม่ ไม่ใช่ ไม่มีจริงๆ (ยิ้ม) แต่ตอนนี้เป็นทางกองค่ะที่หางานมาให้เต็มไปหมดเลย แถมตาลเองก็เซ็นสัญญากับทางกอง 3 ปีด้วย”

ตอนนี้ต้องปรับตัวยังไงบ้างเรื่องการทำงาน ?

“ตอนนี้ยังไม่ได้พักเต็มที่เลยค่ะ”

รู้สึกยังไงบ้างกับกระแสที่คนมองว่าเราหยิ่ง ?

“หนูอาจจะเป็นคนที่หน้านิ่งแล้วดูเหมือนหยิ่งมั้ง เพราะตาลเป็นคนที่โดนเรื่องหยิ่งเยอะมากตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว คือถ้าตาลไม่รู้จักใครตาลก็จะทำหน้านิ่งๆ ซึ่งมันก็เป็นหน้าปกติของตาล แต่ตาลยืนยันเลยว่าตาลไม่ได้หยิ่ง (หัวเราะ)”

แบบนี้จะต้องกลับไปฝึกยิ้มให้มากขึ้นไหมคนจะได้ไม่เข้าใจผิด ?

“ก็นิดหนึ่งค่ะ ตอนแรกก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะเจอกระแสข่าวอะไรแบบนี้ แต่ก็ถือว่าเป็นการปรับตัวค่ะ ตาลอาจจะต้องยิ้มน่ารักๆ ฝึกยิ้มอีกนิดหนึ่ง”

โจรขโมยข้าวเปลือกคุณยายวัย 95 ปี ยอมมอบตัว เพราะกลัวถูกชาวบ้านประชาทัณฑ์

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ ร.ต.อ.วรชาติ อาษาศรี พนักงานสอบสวน ผกก.สภ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ ได้นำตัวนายเวนิต อายุ 42 ปี นำตัวไปทำแผนชี้จุดที่ก่อเหตุขโมยข้าวเปลือกของคุณยายวัย 95 ปี หลังจากเมื่อวานคนร้ายได้ติดต่อเดินทางเข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากเกรงว่าหากถูกจับได้จะโดนชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์

พ.ต.อ.วิเชียร โชคพิพัฒน์ทวี ผกก.สภ.ลืออำนาจ กล่าวว่า หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากคุณยายวัย 95 ปี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการสืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน จนทราบตัวว่าคนร้ายซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน รวมแล้ว 4 ราย ต่อมาเมื่อวานที่ผ่านมา หนึ่งในคนร้าย คือนายเวนิต ได้เดินทางมาที่ สภ.ลืออำนาจ เพื่อขอเข้ามอบตัว เนื่องจากคิดว่าคงจะหนีไม่พ้น และหากยิ่งถูกจับได้อาจจะโดนชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์

จากการสอบสวน นายเวนิต ให้การรับสารภาพ ตนและพวกอีก 3 คน ได้อาศัยจังหวะที่คุณยายออกจากบ้านไปขโมยข้าว เนื่องจากทราบว่าคุณยายวัย 95 ปี และลูกสาววัย 70 ปี อาศัยอยู่ด้วยกันเพียงแค่ 2 คน จึงทำให้ง่ายต่อการขโมย และอาศัยดูว่าหากบ้านหลังไหนไม่มีคนอยู่ก็จะไปขโมยข้าวเปลือก โดยข้าวทั้งหมดที่ขโมยมาได้จะนำมาพักไว้ที่บ้านของตนเอง แล้วจะนำไปทยอยขายครั้งละ 5-7 กระสอบ เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีที่นาทำกิน พร้อมทั้งต้องส่งเงินค่างวดรถมอไซค์ ทำให้ต้องตัดสินใจมาขโมยข้าวเปลือกไปขายเพื่อเลี้ยงชีพ และส่งค่างวดรถ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ต้องได้ทั้หมดอีก 3 คน ที่มีส่วนร่วมในการขโมยข้าวคุณยายวัย 95 ปี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ของผู้มีอาชีพกสิกรรมได้มาจากการกสิกรรมในเคหสถาน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นการจับกุม

© 2017 Sbobetbetting.com

Theme by Anders NorenUp ↑