Sbobetbetting.com

ศูนย์รวมพนันกีฬาออนไลน์ผ่านเว็บ 24 ชั่วโมง

Month: ตุลาคม 2016

เจาะตำนานป่าคำชะโนด ผีจ้างหนัง พญานาค และวิทยาศาสตร์

ในเดือนตุลาคมของทุกปี จะเป็นช่วงที่ตรงกับเทศกาลวันออกพรรษา ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 27 ตุลาคม และเป็นประจำทุกปีอีกเช่นเดียวกันที่วันออกพรรษามักจะมาพร้อมกับตำนานของพญานาค ซึ่งตามความเชื่อของชาวพุทธศาสนิกชนจะเชื่อว่า พระพุทธเจ้าจะเสด็จฯขึ้นไปบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อโปรดพระมารดา   จากนั้นในวันออกพรรษา พญานาคจะจุดบั้งไฟถวายเป็นพุทธบูชาเพื่อต้อนรับการกลับมาของพระพุทธเจ้า จากตำนานนี้ทำให้วันออกพรรษากับพญานาคเป็นสิ่งคู่กัน นอกจากตำนานบั้งไฟพญานาคที่ยังไม่เป็นข้อกระจ่างชัดเจนว่า เกิดขึ้นจากอะไร ? อีกหนึ่งตำนานความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคที่คนไทยหลายคนยังสงสัยนั่นคือ ป่าคำชะโนด สถานที่ขึ้นชื่อว่าเป็นวังพญานาค วันนี้ MThai ข่าวภาคซ่าส์จะพาไปเจาะตำนานนี้กัน%e0%b8%9e%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84

ตามตำนานว่ากันว่า เกาะคำชะโนดเป็นเมืองของพญานาคและเป็นทางขึ้นลงเมืองบาดาลของพญาศรีสุทโธ ซึ่งชาวอีสานเชื่อว่าเป็นพญานาคผู้ขุดแม่น้ำโขง โดยเมื่อข้างขึ้น 15 วัน พญานาคจะกลายเป็นคนมาอยู่บนเกาะส่วน อีก 15 วันข้างแรม จะกลายเป็นนาคอาศัยในเมืองบาดาล      ส่วนอีกตำนานที่กลายเป็นเสียงฮือฮามากเมื่อหลายสิบปีก่อนนั่นคือเรื่องราวของผีจ้างหนัง โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ เมื่อปี 2532 มีคณะหนังกลางแปลงได้รับว่าจ้างให้ไปจ้างหนังที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งด้วยเงิน 4 พันบาท โดยมีข้อแม้ว่าต้องฉายหนังให้จบก่อนตี 4 และต้องกลับออกจากหมู่บ้านก่อนฟ้าสาง ตอนออกจากหมู่บ้านห้ามหันหลังไปมอง ซึ่งพอไปถึงวันฉายก็มีเหตุการณ์แปลก ๆ คือ ตอนฉายแรก ๆ ไม่มีคนเลย แม้แต่ร้านรวงที่ต้องมาตั้งแผงขายของก็ไม่มี

จนกระทั่ง 3 ทุ่มก็มีผู้หญิงนุ่งชุดขาว และ ผู้ชายนุ่งผ้าสีดำมาดูหนัง นั่งกันสงบเรียบร้อย ฉายหนังสนุกแค่ไหน ตลกแค่ไหนก็ไม่มีเสียง ซึ่งพอคณะออกจากที่ฉายในตอนรุ่งเช้า ได้แวะซื้อของที่หมู่บ้านข้างทาง ชาวบ้านได้ถามว่าไปฉายที่ไหนมา จึงได้ตอบไปว่าที่หมู่บ้าน แต่ชาวบ้านยืนยันว่าตรงนั้นเป็นดงป่าไม่มีคนอยู่ คนฉายก็เพิ่งรู้ว่าบริเวณดังกล่าวคือป่าคำชะโนด และเงินที่ได้รับว่าจ้างมาก็เป็นใบไม้        โดยมีรายการย้อนรอย ทางช่อง ITV เคยลงพื้นที่ทำเป็นสกู๊ปสัมภาษณ์คณะที่ไปทำการฉายหนังจริง ๆ ซึ่งเจ้าของคณะยืนยันว่าเรื่องนี้มาจากลูกน้องที่ไปฉายหนังในพื้นที่ดังกล่าว แต่เงินนั้นได้มาจริง ๆ ไม่ใช่ใบไม้แต่อย่างใดตามที่ร่ำลือ ซึ่งหลังจากเหตุการณ์นั้นพนักงานฉายหนังทั้งหมดที่ไปในคราวนั้นได้ลาออกกันหมด

ป่าคำชะโนด หรือ เกาะคำชะโนด ตั้งอยู่ใน อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เป็นเกาะกลางน้ำขนาดใหญ่ซึ่งมีต้นชะโนดขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้นชะโนดนี้เป็นพืชประเภทเดียวกับปาล์ม ความสูงของต้นประมาณ 20 เมตร มีใบเหมือนใบตาล ลำต้นเหมือนต้นมะพร้าว ลูกเป็นเม็ดเล็ก ๆ คล้ายหมาก โดยความประหลาดของป่าคำชะโนดอยู่ที่เวลาน้ำท่วมหรือน้ำขึ้นสูง เกาะแห่งนี้ก็ไม่จมไปกับน้ำ เวลาน้ำลดก็ยังอยู่บริเวณเดิมจนชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเกาะลอยน้ำ    ทั้งนี้เกี่ยวกับเรื่องเกาะลอยน้ำ ได้มีนักวิชาการเผยว่า เกาะดังกล่าวไม่ใช่เกาะลอยน้ำแน่นอน เพราะด้านล่างมีพื้นดิน ซึ่งตัวเกาะเกิดจากทับถมกันของซากพืช คล้ายการทับถมของผักตบชวาจนกลายเป็นแพเกาะ ส่วนต้นไม้ที่ขึ้นอยู่บนเกาะ มีรากแผ่ไปข้าง ๆ พยุงเกาะ ทำให้เหมือนว่าเป็นเกาะลอยน้ำ ยกตัวขึ้นลงได้ตามปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง

เคยมีนักประดาน้ำลงไปสำรวจพบว่าใต้เกาะ มีรากไม้หนาแน่นเป็นจำนวนมาก แต่เข้าไปไม่ถึงใจกลางของเกาะเพราะถูกรากไม้เหนี่ยวรั้งตัวไว้ ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าใจกลางใต้เกาะเป็นประตูสู่เมืองบาดาลนั่นเองป่าคำชะโนด มีข้อห้ามอยู่ว่า หากใครไปเยือนต้องถอดรองเท้า ถอดหมวก ก่อนเข้าไปเดินบนเกาะ ห้ามพูดจาหยาบคายและห้ามนำของจากป่าออกไปเด็ดขาด ซึ่งนักวิชาการถือว่าเกาะศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้มีความน่าสนใจตรงที่ สามารถทำให้คนเชื่อและอยู่ในกรอบที่บรรพชนตั้งไว้ได้อย่างดี

จีนมุ่งมั่นบุกอวกาศ ส่ง 2 นักบินไปกับยาน ‘เสินโจว 11’ อยู่นอกโลกนานสุด

จีนมุ่งมั่นบุกอวกาศ ส่ง 2 นักบินไปกับยาน ‘เสินโจว 11’ อยู่นอกโลกนานสุด%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a817 ต.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน จีนได้ส่ง 2 นักบินอวกาศ คือ นายจิง ไห่เผิง อายุ 49 ปี และนายเฉิน ตง อายุ 37 ปี ขึ้นไปกับยานอวกาศ เสินโจว 11 หรือมีความหมายว่า ‘เรือสวรรค์’ จากฐานปล่อยจรวดจุ้ยฉวน ในทะเลทรายโกบี ทางภาคเหนือของประเทศ เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม เพื่อไปปฏิบัติภารกิจที่ห้องปฏิบัติการอวกาศ ‘เทียนกง 2’ รวมระยะเวลาที่สองนักบินอวกาศอยู่ในห้วงอวกาศนาน 33 วัน ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่นานที่สุดของจีน ขณะที่ การปล่อยจรวดเสินโจวครั้งนี้ มีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ CCTV เพื่อให้ประชาชนชาวจีนได้รับชมเหตุการณ์ประทับใจในครั้งนี้พร้อมกันทั้งประเทศด้วย

สำหรับภารกิจของนักบินอวกาศจีนทั้ง 2 คน จะปฏิบัติภารกิจบนห้องปฏิบัติการอวกาศ ‘เทียนกง’ 2 ซึ่งถูกส่งขึ้นไปสู่ห้วงอวกาศเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา มุ่งมั่นตามความใฝ่ฝันที่จะสร้างสถานีอวกาศของตัวเอง โดยนักบินอวกาศทั้ง 2 ของจีนชุดล่าสุดนี้ จะทำการทดลองด้านการแพทย์ ฟิสิกส์ และชีววิทยาบนเทียนกง 2 เป็นเวลา 30 วัน จึงทำให้ทั้งสองเป็นนักบินอวกาศของจีนที่ อยู่ในห้วงอวกาศนานรวม 33 วัน ซึ่งนับเป็นเวลายาวนานที่สุดเท่าที่จีนเคยส่งนักบินขึ้นไปอยู่นอกโลก เพราะก่อนหน้านี้ จีนได้ส่งนักบินขึ้นไปกับยานอวกาศ ‘เสินโจว 10’ และปฏิบัติภารกิจอยู่นอกโลก นานแค่ 15 วันเท่านั้น

ทั้งนี้ จีนได้ส่งห้องปฏิบัติการอวกาศ เทียนกง 2 เข้าสู่วงโคจรของโลกได้สำเร็จเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการไล่ล่าความฝันของจีนในโครงการสร้างสถานีอวกาศแบบถาวรโคจรรอบโลก ต่อจากสถานีอวกาศเมียร์ ของอดีตสหภาพโซเวียต (รัสเซีย) ซึ่งหมดอายุการใช้งานแล้วเมื่อปี 2544 และจากนั้นคือสถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) ในปัจจุบัน

พ่อเมืองกรุงเทพฯ คนใหม่ ‘อัศวิน’ ของใคร?

หลังจากถูกคำสั่งพักงานมาเป็นเวลาร่วมๆสองเดือน สุดท้ายแล้ว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ก็กลายเป็นอดีตไปจริงๆ จากคำสั่งล่าสุดของหัวหน้าคสช.ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา 44 สั่งให้พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อม รองผู้ว่าฯทั้ง 4 คน และในคำสั่งฉบับเดียวกันก็แต่งตั้งให้ “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง”เป็นผู้ว่าราชการ กทม. จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง    

เหตุผลที่ปลด “ชายหมู” คงไม่ต้องพูดถึงกันเพราะเป็นที่รู้กันว่าเพราะอะไร แต่เหตุใดจึงต้องเป็น “อัศวิน ขวัญเมือง” ยังคงเป็นข้อสงสัย ซึ่งเราจะมาค่อยๆ เฉลยกัน “อัศวิน” นั้นเดิมเป็นตำรวจ โดยเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 30 รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง พล.ต.อ.ชัขวาลย์ สุขสมจิตร์ ตำแหน่งสูงสุดขณะเป็นตำรวจอยู่ที่รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

แต่ก่อนหน้านั้นเขาผ่านตำแหน่งสำคัญๆ มาไม่น้อยว่าจะเป็นผู้บัญชาการตำรวนนครบาล ในช่วงปี 2550-2551 ผู้บังคับบัญชากองปราบปรามเมื่อปี 2542 ว่ากันว่าเขาได้รับแรงสนับสนุนจาก “สุเทพ เทือกสุบรรณ” อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในสมัยที่เป็นรองนายกฯที่ดูแลด้านความมั่นคงอยู่ไม่น้อย

คดีที่สำคัญ ก็ผ่านมาไม่น้อย เช่น คลี่คลายคดีสังหารมารดาของ นางคมคาย พลบุตร อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ คลี่คลายคดี “คาร์บอมบ์” ลอบสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จับกุม นายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซียะ คดีจับกุมนายนพพล ประสงค์ศิล (จิ๊บ ไผ่เขียว) และคดีวิสามัญฆาตกรรมนายชาญชัย ประสงค์ศิล (โจ๊ก ไผ่เขียว)

แต่คดีที่เป็นที่จดจำและเป็นคำถามก็มีคือคดีวิสามัญฆาตกรรม “โจ ด่านช้าง” ซึ่งขณะนั้น “อัศวิน” ร่วมอยู่ในทีมกับ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค ด้วยเมื่อเกษียณจากชีวิตราชการเขาก็มารับตำแหน่ง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยเป็นหนึ่งในทีมงานของ “ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์” ซึ่งเขาเป็น 1 ใน 2 ที่มาจากโควตาพรรคประชาธิปัตย์ ต้นสังกัดของอดีตผู้ว่า กทม. ร่วมกับ “ผุสดี ตามไท”

พ่อเมืองกรุงเทพฯ คนใหม่ 'อัศวิน' ของใคร?


     ibcbet เราได้คัดสรรบริการเกมส์ คาสิโนออนไลน์ และพนันกีฬาออนไลน์ ชั้นนำมาให้ท่านลูกค้าได้เลือกเล่นกันมากมาย ส่วนมากจะเป็นบริการที่ได้รับความนิยม และรู้จักันดีอยุ่แล้ว ท่านที่ชอบพนันบอลออนไลน์ไม่ควรพลาด สมัครง่ายเดิมพันสนุก กับเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง


มีเสียงเล่าว่า “อัศวิน” นั้นไม่ได้มาเพราะสนิทสนมกับ “คุณชายสุขุมพันธุ์” หากแต่ได้รับการทาบทามจาก “ชวน หลีกภัย” และ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” และแน่นอนว่าย่อมมีเสียงกระซิบเช่นกันว่า หนึ่งในแรงผลักดันก็มาจาก “สุเทพ เทือกสุบรรณ”ที่ผ่านมางานในหน้าที่ของ “อัศวิน” คือการ ดูแลสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยซึ่งก็ทำได้เป็นอย่างดีแต่ผลงานที่สร้างชื่อและน่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับหัวหน้าคสช. มีสามประการ

1.ผลงานการจัดระเบียบ

ไม่ว่าจะเป็นรถตู้อนุสาวรีย์ ทางเท้าสยาม คลองถม สะพานเหล็ก มันคงไม่ใช่เรื่องยากหากใช้แต่กำลังเข้าไล่รื้อ แต่หากฝีมือของ “อัศวิน” อยู่ที่การเจรจา ที่มีลูกล่อลูกชน รู้จักแข็งรู้จักอ่อน ว่ากันว่าเป็นบทเรียนที่เขาได้มาระหว่างการเป็นตำรวจ

คนที่อยู่ในวงเจรจาหลายครั้งเล่าว่า ในการเจรจาเขาไม่เคยตำหนิผู้ค้า จะมีการพูดเจรจาอย่างนุ่มนวล แต่หากแข็งมาเขาก็แข็งกลับเช่นกัน และสิ่งที่ทำให้การเจรจามักจะได้ผลเพราะเขาเป็นคนชนิดที่เรียกว่า “คำไหนคำนั้น” และจากผลงานนี้เองทำให้ได้รับคำชมทั้งจากผู้มีอำนาจและประชาชนไปไม่น้อย ขณะที่ผู้ค้าเองก็ไม่ได้มีท่าทีต่อต้านมากอย่างที่คาดการณ์กันไว้

2.เรื่องการแก้ปัญหารถดับเพลิง

ที่ค้างคามาร่วมสิบปี จนสุดท้ายสามาระนำรถที่จอดเอาไว้มาซ่อมและนำออกมาใช้ได้ ที่สำคัญคือการโยกงบประมาณมาใช้จนเรื่องทุกอย่างเคลียร์ได้เรียบร้อย

และเรื่องที่ 3. คือผลงานการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหาร กทม. กับ สภา กทม. ที่ไม่ลงรอยกันเรื่องงบประมาณซึ่งมีกว่า 75,000 ล้าน จนฝ่ายบริหารคนอื่นไม่ยอมเซ็น จนร่ำๆว่าจะประกาศไม่ได้ จนถึงเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมาที่เหมือจะเป็นเดดไลน์ ซึ่งขณะนัั้นไม่มีตำแหน่งผู้ว่าอยู่แล้ว และรองผู้ว่าฯคนอื่นอีกสามคนก็พร้อมใจกันลา ไม่ยอมลงนามเพื่อประกาศใช้ เขาจึงใช้อำนาจในฐานะรองผู้ว่าฯที่ยังทำงานอยู่เซ็นประกาศคำสั่งออกไป

รวบแม่บ้านแสบขโมยทองหนัก30บ.ย่านสุขุมวิท

รวบแม่บ้านแสบ ดอดขโมยทองพนักงานบริษัทย่านสุขุมวิท 30 บาท ที่เก็บสะสมไว้นาน 30 ปี อ้างติดพนัน

%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%9a

ร.ต.อ.พัฒน์พงศ์ ศิริเจริญนำ ร้อยเวร (สอบสวน) สน.ทองหล่อ เปิดเผยว่า ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ ได้ทำการจับกุม นางสาวจันทนา หรือ อู๋ ญาณจรูญ อายุ 47 ปี แม่บ้านทำความสะอาดของบริษัทแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท หลังก่อเหตุลักทรัพย์เป็นทองรูปพรรณ หนัก 30 บาท ซึ่งผู้เสียหายได้สะสมทองดังกล่าวมานาน 30 ปี และเก็บไว้ในลิ้นชักที่โต๊ะทำงาน

สอบสวน นางสาวจันทนา ให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุลักทองคำของผู้เสียหายไปจริง โดยตนเองมาทำงานเป็นแม่บ้านทำความสะอาดที่บริษัทแห่งนี้ประมาณ 3 เดือน และทราบว่าผู้เสียหายเก็บซ่อนทองรูปพรรณไว้ในถุงผ้าที่อยู่ในลิ้นชักของโต๊ะทำงาน เมื่อสบโอกาส จึงแอบขโมยกุญแจลิ้นชัก ไปไขเพื่อขโมยทองคำ โดยครั้งแรก ก่อเหตุเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน ได้ทองไปจำนวนหนึ่ง และเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้ขโมยเอาทองคำไปทั้งหมด ก่อนจะนำไปใส่กระปุกและเก็บไว้ที่บ้านพักย่านคลองตันเหนือ พร้อมอ้างว่าที่ก่อเหตุเพราะติดการพนันประเภทไพ่

ร.ต.อ.พัฒน์พงศ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นผู้เสียหายมารู้ตัวว่าทองคำที่เก็บสะสมไว้ได้หายไป เมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา จึงได้เข้าแจ้งความ พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ชุดสืบสวน จึงได้พาตัว นางสาวจันทนา ไปเค้นสอบ จนให้การยอมรับสารภาพ และนำตัวไปค้นบ้านพักย่านคลองตันเหนือ ก็พบของกลางดังกล่าว เจ้าหน้าที่ แจ้งข้อกล่าวหาลักทรัพย์โดยผ่านสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ ก่อนจะคุมตัวไปขออนุญาตศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อทำการฝากขังแล้ว

© 2017 Sbobetbetting.com

Theme by Anders NorenUp ↑