Sbobetbetting.com

ศูนย์รวมพนันกีฬาออนไลน์ผ่านเว็บ 24 ชั่วโมง

Month: พฤษภาคม 2016 (page 1 of 2)

แชร์เตือนภัย! ฝรั่งเอานิ้วจิ้มตาหญิงชราพิการจนเลือดไหล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 30 พ.ค.ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊กของคุณ Leena Duanggate เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา เวลา 17.55 น. บริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ห้วยขวาง เกิดเหตุชายชาวต่างชาติ เอานิ้วจิ้มตาของหญิงชราพิการที่นั่งรถเข็นวีลแชร์ จนเลือดไหล

ฝร่ง-โรคจิต

โดยหญิงชราคนดังกล่าวมากับผู้ดูแลเพื่อขอรับเงินบริจาค เนื่องจากผิวหนังถูกไฟคลอก ระหว่างนั้นชายชาวต่างชาติได้เดินเข้าไปใกล้ด้วยความสงสัย ก่อนยกนิ้วจิ้มไปที่ดวงตาของหญิงพิการคนดังกล่าว จนหญิงชราร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด และเลือดไหลออกจากตาข้างที่โดนจิ้ม

เหตุการณ์เกิดขึ้นท่ามกลางสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีผู้ชายคนไหนให้ความช่วยเหลือ มีเพียงพลเมืองดีส่วนหนึ่งที่เป็นผู้หญิงเท่านั้น ที่พยายามโทรแจ้งตำรวจ และแจ้งเจ้าหน้าที่รปภ.ของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT

ซึ่งผู้โพสต์ก็เดินไปสกัดเพื่อไม่ให้ชายต่างชาติหลบหนี และพยายามสอบถามเพื่อดูว่าชายคนดังกล่าวสภาพจิตปกติหรือไม่ โดยชายคนดังกล่าวสวมเพียงกางเกงขาสั้น กลิ่นตัวแรง ตาเหม่อลอย และตอบคำถามไม่รู้เรื่อง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ของรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT จะมาควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไปส่งต่อยังสถานีตำรวจ

ทั้งนี้ ผู้โพสต์ระบุว่าทราบภายหลังว่าชายชาวต่างชาติคนดังกล่าว เดินไปมาแถวย่านรัชดา-ห้วยขวาง ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดแล้ว หากมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนหน้านี้ ก็อาจไม่เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น พร้อมระบุว่าไม่แน่ใจว่าชายชาวต่างชาติคนดังกล่าว ออกจากประเทศไทยไปแล้วหรือไม่ และหากใครพบเห็นให้ถ่ายรูปและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจัดการต่อไป

แฉ’อดีตเณรคำ’โผล่ฮาวาย อยู่สบายดีเย้ยDSIจับไม่ได้

เณร-คำ

แฉ’อดีตเณรคำ’โผล่ฮาวาย อยู่สบายดีเย้ยDSIจับไม่ได้
„CSI LA แฉ พิกัด”อดีตเณรคำ “โผล่วัดพุทธศักดิ์สิทธิ ที่ฮาวาย แจ้งญาติโยมอยู่สบายดี ตบหน้า ดีเอสไอ ตามจับไม่ได้ วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2559 เวลา 10:15 น. เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในหน้าเพจเฟซบุ๊ก CSI LA ได้มีการโพสต์รูปของ นายวิรพล สุขผล อดีตพระภิกษุชื่อพระวิรพล ฉัตติโก เรียกตนเองว่าหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก และเป็นที่รู้จักในชื่อ เณรคำ ทั้งเคยเป็นประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม และมีชื่อเสียงจากความสามารถในการสั่งสอน แต่ภายหลังถูกถอดจากสมณเพศเพราะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายประการและตกเป็นผู้ต้องหาในหลายคดีอาทิ เลี่ยงภาษีรถหรู , กระทำชำเราเด็กหญิงและพรากผู้เยาว์ , พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ , ฟอกเงิน , ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในรูปภาพดังกล่าวพบว่าเป็นภาพของอดีตเณรคำ แต่งกายคล้ายพระสงฆ์และที่แตกต่างไปคือสวมเสื้อและด้านล่างสวมคล้ายสบง กำลังนั่งคู่กับพระสงฆ์ โดยอดีตเณรคำ ดูมีรูปร่างอวบอิ่ม ขึ้น นอกจากนี้ทางเพจเฟซบุ๊ก CSI LA ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “หลวงปู่เณรคำได้มาเยี่ยมวัดพุทธศักดิ์สิทธิ ที่ Hawaiiอยากให้ญาติโยมรู้ว่าหลวงปู่ยังสบายดี DSI ทำอะไรหลวงปู่ไม่ได้” “

เจ้ามือมีหนาว!! เจ้าแม่ตะเคียนแจกอีก 3 ตัวตรง บอกคำเดียวไม่ดูจะเสียใจ

การพิสูจน์อาถรรพ์ ของทีมงานอาถรรพ์ 13 ได้ดำเนินมาถึงตอนสุดท้าย และถึงเป็นจุดไฮไลท์สำคัญ จากเหตุการณ์ที่ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้ กรณีที่มีหญิงสาวรายหนึ่งเกิดอาการคล้ายกับคนถูกผีเข้า โดยได้บอกกับชาวบ้านว่า ยังมีไม้ตะเคียนทองจมอยู่ใต้คลองลำซอ ก่อนจะพาชาวบ้านไปชี้ตำแหน่ง พร้อมกับระบุวันที่อย่างชัดเจนให้ทำพิธีกู้ขึ้นมาในวันที่ 31 พ.ค. นี้

ตะ-เคียน

ซึ่งเหตุการณ์ในวันนั้นเอง ได้เรียกเสียงเฮจากชาวบ้านดังลั่นวัด เมื่อหญิงสาวคนดังกล่าวบรรจงเขียนเลข 3 ตัว ลงบนพื้นดินริมคลอง ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่า เจ้าแม่กำลังให้โชคลาภ เพื่อเป็นทุนให้กับชาวบ้านในการกู้ไม้ตะเคียนขึ้นมา เนื่องจากก่อนที่จะมีการกู้ซากเรือขึ้นมานั้น พระสงฆ์ที่จำวัดอยู่ที่วัดโพธิ์ศรี ฝันเห็นคนมาบอกว่าตนเองจมอยู่กับเรือเป็นเวลานาน อยากให้ช่วยนำขึ้นมาจากน้ำ จนเมื่อวันที่ 15 พ.ค.59 ระหว่างที่ร่างทรงได้ทำพิธีบอกกล่าวว่าจะทำการกู้ซากเรือขึ้นมา ร่างทรงได้บอกเลข 73 ชาวบ้านจึงนำมาซื้อหวยงวดวันที่ 16 พ.ค.59 ทำให้ชาวบ้านโชคดีไปตามๆ กัน ไปฟังเรื่องราวชัดๆ จากปากของ 1 ในผู้โชคดี ถูกหวยงวดที่แล้วกัน

ประสบการณ์เปิดถ้ำพญานาค ภาค1

ช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์คือวันที่ 15 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา
เป็นวันที่ท่านอาจารย์ชาได้นัดให้พวกเราคณะศิษย์เดินทางไปพบกันที่วัดวัง
หอมพุทธาราม(วัดวังหอน) ในเวลาเที่ยงวัน
ผู้เขียนได้เดินทางไปถึงวัดเป็นคันแรก พร้อมคุณต่อคันที่สอง เป็นเวลาเที่ยง
กว่าๆ ซึ่งพวกเราเดินทางมาจากจังหวัดสุราษฏร์ธานี
ส่วนท่านอาจารย์ชา และคณะศิษย์ อีกกลุ่มหนึ่ง เดินทางมาจากจังหวัดระนอง
หลังจากกลับจากพักผ่อน ได้มาถึงที่วัดในเวลาบ่าย 3 โมงเศษ
หลังจากพักเหนื่อยกันสักเล็กน้อยแล้ว ท่านอาจารย์ได้พาไปที่ถ้ำพญานาค ซึ่ง
อยู่หลังโรงเรียนบ้านวังหอน พวกเราหมู่คณะที่ไปรวมได้ทั้งสิ้น ประมาณเกือบ
40 ชีวิต โดยมีคุณสุนัยพรานป่า แห่งบ้านวังหอนร่วมเดินทางไปด้วย
ถ้ำแห่งนี้เดินทางไม่ไกล ประมาณสามร้อยเมตรเท่านั้นเองถ้ำ-นาค

ผู้เขียนและหมู่คณะ ช่วยกันถือพานบายศรีพญานาค บายศรีเทพ พร้อมทั้ง
ผลไม้อาหารคาวหวาน เครื่องบวงสรวงสังเวยต่างๆ
เมื่อถึงที่หมายแล้ว ได้ปูผ้าขาว ตั้งเครื่องบูชาทั้งหลายเหล่านั้น บริเวณปากถ้ำ
อาจารย์ชาได้จุดธูปเทียนและกล่าวนำทำพิธีบอกกล่าวเจ้าที่ เจ้าทาง เจ้าถ้ำ
และพญานาคชื่อโตกัสโป ลำตัวมีสีเขียว เป็นเพศเมีย ซึ่งเฝ้าดูแลรักษาสิ่งมีค่า
ต่างๆ ภายในถ้ำแห่งนี้
พร้อมทั้งให้ผู้เขียน นำเหล็กไหลซึ่งยังอยู่ในรัง ที่ผู้เขียนได้มาจากถ้ำแก้ว
สารพัดนึก ที่ปากช่องคราวก่อนโน้น ยื่นให้ท่านอาจารย์ ท่านก็นำใส่ลงในลูกมะ
พร้าวอ่อนที่วางอยู่ในชุดเครื่องบวงสรวงนั้น และสั่งกำชับให้ผู้เขียนยืนเฝ้าลูกมะ
พร้าวที่มีเหล็กไหลอยู่ข้างในนั้นไว้อย่าไปไหน
อาจารย์ชาได้กล่าวว่าในอดีตได้เคยเข้ามาที่ถ้ำแห่งนี้และได้เห็นของมีค่าเช่น
เพชรพลอยพญานาค,เหล็กไหลและต่างๆ มากมาย แต่ตอนนั้นอาจารย์ไม่ได้สน
ใจอะไรจนลูกศิษย์ลูกหาอยากได้เพชรพญานาคกัน อาจารย์ชาก็เลยนัดกันว่าจะ
ทำพิธีเปิดถ้ำแห่งนี้ ให้ ไม่คิดว่าวันนี้จะมากันมากมายถึงขนาดนี้
หลังจากบอกกล่าวเจ้าที่ เจ้าถ้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว อาจารย์ได้ลงไปในถ้ำซึ่งมีน้ำ
ไหลผ่าน ได้สื่อคุยกับพญานาค พญานาคท่านตอบกลับมาว่า
“จะให้ของมีค่าในถ้ำแต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนคืออาจารย์จะต้องเสียชื่อเสียงจะเอามั้ย?
และจะได้ไม่ครบทุกคนหรอก อายุต่ำกว่า 20 ปี ไม่ให้”
อาจารย์ตอบกลับไปว่า ”ได้ เพราะลูกศิษย์และคนที่ศรัทธาต่างตั้งใจพากันมาแล้ว
อย่าให้เสียเที่ยวเลย เพราะถ้าเค้าไม้ได้กลับไปก็ทำให้อาจารย์เสียชื่อเสียง
เหมือนกัน ที่ได้คุยเอาไว้แต่ทำไม่ได้”

ทำต้มแซบเครื่องในวัว ให้เปื่อยเร็วและไม่คาว

ต้มแซบเครื่องในวัว เป็นอาหารที่เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคน บางท่านอาจไม่ทานเนื้อวัวก็เปลี่ยนเป็นต้มแซบเครื่องในหมูก็ได้ ใช้วิธีทำแบบเดียวกัน ซึ่งได้รับการถ่ายทอดเทคนิคในการทำต้มแซบเครื่องในวัว จากเชฟสุรินทร์ แห่งร้านอาหารครัวระเบียงปาย ร้านอาหารแห่งอร่อย ราคาไม่แพง ณ ดินแดนแห่งขุนเขา สายหมอก และความคดเคี้ยวของระยะทาง นั่นคือ อำเภอปาย แม่ฮ่องสอน แหล่งท่องเที่ยวในฝันของหลายๆ คน มีโอกาสไปเที่ยวปาย แม่ฮ่องสอน อย่าลืมแวะไปทานกันนะครับ แล้วคุณจะติดใจ

ต้ม-แซบ

วิธีทำต้มแซบเครื่องในวัว
1 เครื่องในวัีว 500 กรัม ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นพอคำ ใส่น้ำให้ท่วม(ต้มแบบน้ำเย็น) ใ่ส่ตะไคร้หั่นท่อน 2 ต้น , ใบมะกรูดฉีกหยาบๆ 4 ใบ , ข่าหั่นบางๆ 4 แว่น นำไปต้มจนเครื่องในเปื่อยดีแล้ว ยกลงจากเตาเทน้ำทิ้งเหลือเก็บไว้แต่เครื่องใน
2 ใช้น้ำซุป 3 ถ้วยตวงตั้งไฟจนเดือด ใส่เครื่องในที่ต้มจนเปื่อยดีแล้วลงไปต้มต่อ ใส่เครื่องปรุงมี น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ , น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ , พริกขี้หนูทุบ 10 เม็ด , ข่าป่น 2 ช้อนโต๊ะ ชิมรสตามชอบ ใส่ใบยีหร่าหั่นหยาบ 1/2 ถ้วยตวง , ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ , ผักชีลาวหั่นหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ แล้วยกลงจากเตา เสริฟตอน ร้อนๆ

เทคนิคการทำต้มแซบเครื่องในวัว
1 ในการต้มให้เครื่องในวัวเปื่อยเร็ว เมื่อต้มเครื่องในจนน้ำเดือดดีแล้ว ให้ใส่น้ำแข็งหลอดประมาณ 1 ถ้วยลงไป จะทำให้เนื้อเปื่อยเร็วขึ้นมาก
2 การต้มน้ำแล้วเททิ้ง เพื่อลดกลิ่นคาวของเครื่องในวัว และทำให้เครื่องในวัวเปื่อยง่ายขึ้น แต่หากต้องการลดกลิ่นคาวให้หมดไปเลย ให้ใช้ขิงใส่เพิ่มลงไป หรือใส่เหล้าลงไปด้วยขณะต้ม เมื่อเครื่องในเปื่อยแล้วค่อยเทน้ำต้มทิ้ง ก็จะล้างกลิ่นคาวได้มาก และเร็วขึ้น

ลองไปทำทานดูนะครับ เป็นหนึ่งในเมนูจานแซบๆ กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยเหาะเลย หรือจะใช้เป็นกับแกล้มก็ได้

ชาวบ้านสุรินทร์พึ่งตัวเองขายข้าวหลามสร้างรายได้

จังหวัดสุรินทร์ พบหมู่บ้านข้าวหลาม สร้างอาชีพให้ชาวบ้าน สามารถอยู่ได้แบบพึ่งพาตนเอง
ข้าวหลามท่าศิลา สินค้าจากหมู่บ้าน ต.เมืองแก อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ที่ถูกนำมาวางขายริมทาง สร้างอาชีพ ให้กับชาวบ้าน สามารถอยู่ได้แบบพึ่งพาตนเอง ปัจจุบันได้รับความนิยมของผู้ที่สัญจรไปมา ชื้อไปจำหน่ายเป็นของฝาก โดยที่บริเวณริมถนนปัทมานนท์ ทั้งสองข้างทางมีร้านจำหน่ายข้าวหลามไม่น้อยกว่า 30 ร้าน หลังเริ่มมีชาวบ้านทำข้าวหลามจำหน่ายกันเองในหมู่บ้านเพียงไม่กี่ราย และขี่รถจักรยานยนต์เร่จำหน่ายไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ ใกล้เคียง ซึ่งปัจจุบันมีชาวบ้านทำข้าวหลามขายเป็นอาชีพเสริมนอกจากทำนา ประมาณ 121 ครัวเรือน ส่วนมากจะตั้งแผงขายตามริมถนน

ข้าวหลาม-สุริน

ทั้งนี้ วิธีทำข้าวหลามนั้น จะเริ่มจากการแช่ข้าวเหนียว และถั่วดำไว้ก่อน เมื่อแช่ข้าวเหนียวได้ที่แล้วจะนำไปต้มให้สุก จากนั้นนำข้าวเหนียวสุกใส่กะทิที่ผสมเกลือกับน้ำตาลไว้แล้ว คลุกให้เข้ากัน นำไปใส่กระบอกไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ ก่อนจะนำไปเผา ซึ่งการเผาข้าวหลาม มี 2 วิธี คือ การเผาข้าวหลามแบบฟืน และแบบเตาแก๊ส การเผาข้าวหลามแบบฟืนเป็นการเผาข้าวหลาม แบบดั้งเดิม ที่ต้องวางเรียงข้าวหลามบนพื้นดินเป็นแถวยาว ใช้กาบมะพร้าว ฟืน และเศษไม้ไผ่ที่เหลือจากการทำกระบอกข้าวหลามมาสุม คนเผาต้องใช้แรงและพลังงานเยอะในการเผา ซึ่งกว่าจะได้ข้าวหลามมา ต้องใช้เวลาเผานานกว่า 3 ชั่วโมง ต้องนำมาผ่าเปลือกไม้ไผ่และเหลาให้บั้งข้าวหลามสวยงาม ก่อนนำไปวางขายที่เพิ่งร้านริมถนน

ทหารพรานค่ายเทวาพิทักษ์ พบสื่อมวลชนจันทบุรีและตราด

หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน ค่ายเทวาพิทักษ์ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี จัดโครงการพัฒนาสัมพันธ์ทหารพราน-สื่อมวลชนจันทบุรีและตราด วันนี้(30 เม.ย.52) 13.00 น. ที่ค่ายเทวาพิทักษ์ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี

ทหารพราน-นาวิก

นาวาเอก รัตนะ วงษาโรจน์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน ได้ให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชนจากสมาคมสื่อมวลชนจันทบุรีและสมาคมสื่อมวลชนจากจังหวัดตราด จำนวน กว่า 60 คน ที่เดินทางมาเข้าร่วมโครงการพัฒนาสัมพันธ์ทหารพราน-สื่อมวลชนจันทบุรีและตราด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์อันดี ระหว่างหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธินกับสื่อมวลชนทุกประเภทในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด โดยนำคณะสื่อมวลชนเดินทางศึกษาภูมิประเทศและเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของทหารพรานนาวิกโยธิน ตลอดจนมอบของฝากให้กับทหารพราน และร่วมแข่งขันกีฬากันอย่างสนุกสนาน เช่นการแข่งขันฟุตบอลคู่พิเศษ ระหว่างทีมรวมดาวสื่อมวลชนจันท์ตราด พบ ทีมเจ้าถิ่นดาวรุ่งค่ายเทวาพิทักษ์ ผลการแข่งขัน เสมอกัน ด้วยประตู 2 ประตูต่อ 2 ส่วนกีฬาอีกประเภท คือการชักขะเย้อ ระหว่างทีมสื่อมวลชนตราดชายหญิงผสมทหารพรานตราด กับทีมสื่อมวลชนจันทบุรีชายหญิงผสมทหารพรานจันทบุรี ซึ่งทั้งคู่ต่างเตรียมทีมมาดี ชักกันจนเชือกขาดถึง 3 ครั้ง ทำให้ทั้งสองทีมล้มกันระเนระนาด ผลการแข่งขัน ปรากฏว่า ทีมสื่อมวลชนจันทบุรีผสมทหารพรานจันทบุรี เป็นฝ่ายชนะซึ่งหลังเสร็จสิ้นการแข่งขันกีฬาแล้วเป็นการรับประทานอาหารร่วมกัน ณ ศาลาพ่อพราน ค่ายเทวาพิทักษ์ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี

ตำนานเสือสมิง อาถรรพ์แห่งป่าดงพงไพร

เรื่องราวลี้ลับหลายเรื่องถูกเล่าขาน ผ่านการเวลา จนเรียกกันว่าเป็นตำนาน ซึ่งไม่อาจฟันธงได้ว่า เรื่องราวเหล่านั้นเป็นเรื่องจริงมากน้อยแค่ไหน หรือถูกแต่งเติมอะไรมาบ้างแล้วจากเวลาที่ล่วงเลยมา หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวของ “เสือสมิง” ซึ่งเป็นตำนานของเสือที่ดุร้าย ชอบจับคนกินเป็นอาหาร และเมื่อเสือกินคนเข้าไปมาก ๆ วิญญาณของคนเหล่านั้นก็สิงอยู่ในกายเสือ ทำให้เสือตัวนั้นมีความอาถรรพ์กว่าเสือธรรมดา สามารถแปลงกายเป็นคนได้ เพื่อหลอกล่อคนให้มาเป็นเหยื่อ และยิ่งเสือสมิงกินคนเข้าไปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีฤทธิ์มากขึ้นทวีคูณ

เสือ-สมิง
นั่นเป็นเพียงเรื่องราวคร่าว ๆ ที่มักได้ยินได้ฟังกัน แต่ยังมีอีกเรื่องราวหนึ่ง Tea Cup And Saucer Sets, Amber Oval Beads, Gongfu Tea Sets, Fleece Sleeping Bags เกี่ยวกับการเกิดเสือสมิง ที่ไม่ใช่แค่เสือดุร้ายมากินคนแล้วกลายเป็นเสือสมิง แต่เป็นเรื่องของไสยศาสตร์ นั่นก็คือ ผู้ที่มีวิชาอาคมที่เรียกว่า “วิชาเสือ” เรียกเอาวิญญาณของเสือมาสิงในตัวเอง ผนวกเข้ากับการที่บุคคลผู้นั้นเรียนอาคมทางเดรัชฉานวิชาด้วย เมื่อนานเข้า ทั้งวิชาเรียกเสือและอาคม ทำให้ผู้นั้นกลายเป็นเสือสมิง และยิ่งถ้าหากเสือตนนี้ได้ไปกินคนเข้า ก็จะกลายเป็นเสือสมิงโดยสมบูรณ์

มีเรื่องเล่าขานและค่อนข้างดังมาก เมื่อประมาณ 30 กว่าปีที่แล้ว และดูเหมือนว่า กลายเป็นข่าวลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ของประเทศว่า มีชาวบ้านทางภาคเหนือได้รับความเดือดร้อนที่ว่า มีเสือตัวใหญ่เข้าไปทำร้ายคนในหมู่บ้านแห่งหนึ่งนั้น เป็นที่หวาดกลัวแก่ชาวบ้านมาก จึงได้ไปขอความคุ้มครองจากทหารหน่วย ตชด. เพื่อเข้ามาดูแลความปลอดภัยภายในหมู่บ้าน ฝ่ายทหารหน่วย ตชด. จึงส่งกำลังเข้าไปคุ้มครองและได้ล่าเสือตัวนั่นไปในตัว
กลางดึกคืนหนึ่งนั้นฝ่าย ตชด. ได้จัดกำลังตรวจตราหน่วยหนึ่ง และส่วนที่เหลือก็เข้าที่พัก บนศาลาที่จัดกันไว้ เป็นที่พักผ่อนนอนหลับ และในตอนดึกคืนนั้น ศาลาที่หน่วย ตชด. พัก เกิดสั่นไหวโยกเอน เมื่อทหารที่นอนตื่นกันลุกขึ้นมาดู กลับเห็นเสือโคร่งขนาดใหญ่ พิงสีตัวอยู่ที่โคนเสาศาลา ทหารกำลังหน่วยนั้นได้ยิงใส่เสือโคร่งใหญ่นั้น ทำให้เสือตัวนั้นบาดเจ็บและหายไปในความมืดนั้น ครั้นรุ่งเช้า หน่วยทหารจึงทำการติดตามแกะรอยเลือดเสือตนนั้นไป
จากการติดตามรอยเลือดนั้นผลปรากฏ ว่า รอยเลือดนั้นไปสิ้นสุดที่หลุมเนินดินแห่งหนึ่ง แล้วไม่ปรากฏรอยเลือดนั้นไปทางไหนอีก ทหารที่ติดตามนั้นเห็นเนินดินแล้วจึงตัดสินใจในความสงสัยกันบางอย่าง จึงขุดหลุมเปิดเนินดินนั้น เมื่อขุดไปลึกพอประมาณ ก็ต้องอึ้งกันไปทั้งหมด เพราะสิ่งที่เห็นในหลุมนั้นปรากฏว่า เป็นศพผู้ชายคนหนึ่งแต่ตัวท่อนล่างนั้นเป็นสภาพของเสือลายพาดกลอน ดูเหมือนว่าเป็นการกลายร่างจากเสือเป็นคนที่ยังไม่สมบูรณ์นั้นเอง จากการถามที่มาของศพชายผู้นี้ ได้ความว่า เป็นคนในหมู่บ้านย่านนั้น และสาเหตุที่ตายเพราะผิดผีจึงตาย ประเด็นน่าสนใจอยู่ที่ว่า ชายผู้นี้ผิดผีอะไร อย่างไร ซึ่งหนังสือนั้นมิได้กล่าวถึง จึงยากต่อการวิเคราะห์ได้

หน่วย SWAT และหน่วยอรินทราช 26 ในไทย

หน่วยSWAT คือหน่วยที่ปฏิบัติหน้าที่ชนิดลับเฉพาะ เพื่อกิจการ “กำจัด” หรือ “ทำลาย” ผู้ก่อการร้ายในยุคปี พ.ศ. ๒๕๑๗ หรือเมื่อประมาณ ๓๖-๓๗ ปีมาแล้ว โดยการก่อตั้งของกรมตำรวจในยุคนั้น ซึ่งเรียกกันว่า “หน่วยสวาท” แต่เพราะเหตุผลทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้หน่วยนี้ต้องถูกยุบไปเป็นการสิ้นสุดของหน่วยงานที่มีการก่อตั้งและฝึกฝนกันมาเป็นชนิดพิเศษนี้แหละค่ะ ซึ่งจะอธิบายให้ทราบว่ามันไปยังไงมายังไง สำหรับการก่อตั้งขึ้นในยุคนั้น และผลที่สุดก็ต้องสลายตัวไป ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็อาจมีหน่วยที่ปฏิบัติงานโดยลักษณะเดียวกันนี้ก่อตั้งขึ้นมาแทน “สวาท” เดิมและอาจมีอยู่ในหน่วยอรินทราชในยุคปัจจุบัน ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะมีการฝึกฝนกันอย่างเข้มงวดกวดขันจนมีประสิทธิภาพถึงขั้นไหน และใช้อาวุธปืนสไนเปอร์ยี่ห้อใด แบบใดเข้ามาแทนที่ รวมทั้งขนาดของกระสุนที่จะนำมาใช้งานด้วย
คลิปหน่วย SWAT ในไทย

สวาท-อรินราช26
“สวาท”ที่กำลังจะเขียนเล่าให้ฟังอยู่นี่ หัวเรื่องมันก็ฟังได้ไพเราะ โรแมนติกเสนาะหูดีอยู่หรอกค่ะ แต่ความจริงแล้วมันไม่น่าพิศวาสอะไรจนนิดเดียว เพราะมันไม่ได้ “รัก” ใครมีแต่จะส่ง “ความตาย” ไปอภินันทนาการอย่างเดียวเท่านั้น และก็เป็นความตายอย่างเฉียบขาดรวดเร็วฉับพลันทันที เพื่อยุติปฏิบัติการร้ายในทุกรูปแบบจากฝ่ายตรงข้าม พร้อมทั้งช่วยเหลือ “ตัวประกัน” หรือรักษาความปลอดภัยของสถานที่ ตลอดจนสิ่งสำคัญอื่นๆ ที่ผู้ก่อการร้ายยึดเอาไว้เป็นเครื่องต่อรองได้อย่างทันการด้วย ไม่ใช่ว่าพอลงมือปฏิบัติการลงไปแล้ว ตัวประกัน สถานที่ หรือสิ่งสำคัญอื่นๆ ที่ผู้ก่อการร้ายยึดเอาไว้เป็นเครื่องมือต่อรอง ต้องพลอยล้มตายหรือพินาศฉิบหายลงไปพร้อมๆกันด้วย
อย่างเช่น เรื่องราวที่เกิดขึ้นในเรือนจำจังหวัดชลบุรีในสมัยหนึ่ง หรืออย่างเช่นกรณีที่หน่วยคอมมานโดของอียิบต์บุกเข้าชิงตัวประกันในการจี้เครื่องบินที่เกาะมอลต้าเมื่อประมาณ พ.ศ.๒๕๒๘ ซึ่งปรากฏว่าตัวประกันพลอยตายไปด้วยถึง ๖๐ คน ซึ่งในลักษณะแบบนั้นหาใช้ฝีมือของ “สวาท” ไม่ แต่เป็นฝีมือ “สะห่วย” เสียมากกว่า เพราะกลเม็ดและฝีมือในการใช้อาวุธ การตัดสินใจและการวางแผนยังไม่ “เข้าขั้น” พอที่จะช่วยเหลือรักษาชีวิตของตัวประกนเอาไว้ได้ อันเป็นเรื่องน่าเอน็จอนาจยิ่ง หมายที่จะไปช่วยพวกเขากลับไปทำให้พวกเขาต้องตายเสียนี่ สาเหตุมันก็มาจากการที่ยังไม่รู้หลักในความปลอดภัยที่จะช่วยเหลือตัวประกันนั่นเอง ขาดการอบรม ฝึกปรือ ขาดยุทธวิธีอันถูกต้องด้อยฝีมือ

เรือรบรัสเซีย’ เยือนทร.ไทย อำนาจใหม่..ถ่วงดุลตะวันตก

 

น่าจับตาเป็นอย่างยิ่งกับปรากฏการณ์ที่เรือพิฆาต “อัดมีรอล ปานเทเลเยฟ” (Admiral Panteleyev) เรือส่งกำลังบำรุง “เปเชเนก้า” (Pechenega) และเรือลากจูง “SB-522” เข้าเยี่ยมชม และดูงานที่ฐานทัพเรือสัตหีบของกองทัพเรือไทย เมื่อวันที่ 1-5 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยในการเยือนไทยครั้งนี้

เรือรบ-รัสเซีย

น.อ.สมพงษ์ ภูเวียง รองผู้อำนวยการการท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นผู้แทนฐานทัพเรือสัตหีบ ต้อนรับ น.อ.อเล็กซานเดอร์ โปตาปอฟ ผู้บังคับหมู่เรือของกองทัพเรือสหพันธรัฐรัสเซีย ที่นำเรือทั้ง 3 ลำเข้ามาเทียบท่า ณ ฐานทัพเรือสัตหีบ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และรับการส่งกำลังบำรุง

หมู่เรือรบนี้ออกจากท่าเรือวลาดิวอสต็อก เพื่อไปปฏิบัติภารกิจต่อต้านการกระทำอันเป็นโจรสลัดที่อ่าวเอเดน ประเทศโซมาเลีย โดยมีกำหนดเทียบท่าเพื่อกระชับความสัมพันธ์ 3 จุด คือ ประเทศไทย (ฐานทัพเรือสัตหีบ) ประเทศมาเลเซีย (เกาะลังกาวี) และประเทศศรีลังกา (กรุงโคลัมโบ) ก่อนจะไปร่วมปฏิบัติภารกิจปราบปรามโจรสลัด

ส่วนครั้งล่าสุดที่เรือรบรัสเซียเคยเข้าเทียบท่าที่ไทย ต้องย้อนไปถึงปีค.ศ.2005 โดยเรือลาดตระเวนติดขีปนาวุธ “วาเรี้ยก” (Varyag) เรือพิฆาต “อัดมีรอล ทรีบูซ” (Admiral Tributs) เรือ “อัดมิรอล ปานเทนเลเยฟ” (Admiral Panteleyev), เรือส่งกำลังบำรุง “เปเชเนก้า” (Pechenega) และเรือลากจูง “คาลาร์” (Kalar)

เรืออัดมิรอล ปานเทเลเยฟ เป็น “เรือพิฆาตต่อต้านเรือดำน้ำขนาดใหญ่” ของรัสเซีย ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่พลเรือเอกของอดีตสหภาพโซเวียต นามว่า ยูริ อเล็กซานโดรวิช ปานเทเลเยฟ โดยเรือพิฆาตลำนี้เข้าประจำการในกองทัพเรือรัสเซียเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 1992 เรือพิฆาตลำนี้เคยปฏิบัติภารกิจสำคัญในระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย อาทิ เดือนตุลาคม ปี 2008 ได้เข้าร่วมในการฝึกภารกิจค้นหากู้ภัยในเหตุการณ์ภัยพิบัติที่เมืองไมซุรุ ประเทศญี่ปุ่น หลังจากนั้นได้เข้าร่วมขบวนพาเหรดนานาชาติทางทะเลที่ปูซาน เนื่องในโอกาสการครบรอบ 60 ปีของสาธารณรัฐเกาหลี

Older posts

© 2017 Sbobetbetting.com

Theme by Anders NorenUp ↑