ปลัดขอย้ายมาอยู่ในพื้นที่ นายก อบต.บอกย้ายได้ แต่ต้องจ่าย 1 แสน สุดท้ายไม่รอด ถูกวางแผนจับ หลักฐานมัดทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ร้อยโท เจนรบ พละเดช พนักงานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) เขต 4 ขอนแก่น ได้เข้าประสานงานกับ พ.ต.อ. ทวีรัชต์ ศรีธวัชพงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ และ พ.ต.อ.อารัก มะสาธานัง ผกก.สภ.ปากคาด อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนสนธิกำลังกับ ร.ท. กิตติศักดิ์ อัยแก้ว ผบ.ร้อย.รส.ที่1332 เข้าจับกุม นายแสงชัย (นามสมมติ) อายุ 60 ปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในเขต อ.ปากคาด

พร้อมด้วยหลักฐานเงินสด ธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 90 ฉบับ รวมเป็นเงิน 90,000 บาท โดยมี นางอำพร (นามสมมติ) ปลัดสาว อบต.แห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคใต้ และสามีซึ่งเป็นนายทหารยศร้อยเอก เป็นนักบินประจำอยู่ทางภาคเหนือ ชี้ให้จับกุมที่ร้านอาหารครัวลูกเขย ใน อ.ปากคาด เพื่อแลกกับการได้ย้ายจากทางภาคใต้มาอยู่ในเขต อ.ปากคาด

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นางอำพร ปลัดสาว ได้ทำหนังสือมาหารือกับนายแสงชัย ว่าจะขอย้ายมาอยู่ใน อบต.ที่นายแสงชัยเป็นนายกฯ โดยตอบตกลงยืนยันว่าย้ายมาได้ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องจ่ายเงิน 100,000 บาท โดยนัดจ่ายเงินในวันนี้ ต่อรองเหลือ 90,000 บาท จึงได้นำเรื่องดังกล่าวไปร้องเรียน ป.ป.ท. เขต 4 ขอนแก่น จึงได้มีการวางแผนจับกุม โดยมีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. 2 คน บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ

ภายหลังถูกจับกุม นายแสงชัยกล่าวว่า มีขบวนการที่คอยกลั่นแกล้งตนอยู่ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ใน อบต.ที่ตนอยู่อยากขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าสำนักปลัด แต่ยังอาวุโสไม่พอ ทั้งระดับและเงินเดือน ตนจึงบอกให้รอไปก่อน แต่ก็สร้างความไม่พอใจให้ไม่น้อย จึงหาทางกลั่นแกล้งและใส่ร้ายเรื่อยมา

ด้าน พ.ต.อ. ทวีรัชต์ รอง ผบก. กล่าวว่า เป็นการจับกุมทุจริตที่มีหลักฐานชัดเจนทั้งก่อนและหลังการจับกุม มีทั้งเทปเสียงและภาพ โดยตัวนายกฯ เองก็ยอมเซ็นรับสารภาพในข้อกล่าวหา ”เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ เรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งฯ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต ปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือประหารชีวิต” โดยได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่ง ร.ต.อ. ธีรวิสิฎฐ์ จินจันดา รอง สว. (สอบสวน) สภ.ปากคาด ดำเนินคดีต่อไป