Sbobetbetting.com

ศูนย์รวมพนันกีฬาออนไลน์ผ่านเว็บ 24 ชั่วโมง

เอร์เรร่าชี้เรือกดดันต้องแชมป์เพราะทุ่มเยอะ

อันเดร

อันเดร เอร์เรร่า มิดฟิลด์ชาวสเปนของแมนแชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กดดันจะต้องคว้าแชมป์มากกว่า “ปีศาจแดง” เพราะลงทุนมากกว่า แถมปีที่แล้วก็จบไปแบบมือเปล่า แต่กร้าวบอก ชีวิตนักเตะ “เร้ด เดวิลส์” ไม่เคยเล่นแบบรอวาสนา เพราะมีหน้าที่ต้องลุ้นคว้าแชมป์ทุกปี

royal1688  ซิตี้ จบแบบมือเปล่าในปีแรกของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำให้ซัมเมอร์ที่ผ่านมาพวกเขาซื้อนักเตะใหม่มา 5 คนคือ เอแดร์ซอน, แบ็งฌาแม็ง เมนดี้, ดานีโล่, ไคล์ วอล์คเกอร์ และ แบร์นาโด้ ซิลวา ส่วน ยูไนเต็ด ได้มา 3 ตัวคือ โรเมลู ลูกากู, เนมานย่า มาติช และ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ โดยเปิดซีซั่นมา 5 นัด ปรากฎว่า ทั้งทีมสีแดงและสีฟ้า ชนะ 4 เสมอ 1 ยิง 16 เสีย 2 ประตู มี 13 แต้มเท่ากันเป๊ะ

“แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลงทุนมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก เพราะฉะนั้น พวกเขาย่อมเป็นทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์ เราจะพยายามเต็มที่ เราก็มีทีมที่มีคุณภาพ และเราจะสู้ลุ้นทุกแชมป์ แต่จากเม็ดเงินที่ลงทุนไปผมคิดว่าพวกเขาเป็นทีมเต็งที่สุด” ขณะเดียวกัน อดีตดาวเตะแอธเลิก บิลเบา ยังยกย่อง ดาบิด เด เคอา มือกาวเพื่อนร่วมชาติว่าเป็นส่วนสำคัญต่อความสำเร็จของทีม “ผมเคารพผู้รักษาประตูทุกคน ทั้ง มานูเอล นอยเออร์, จานลุยจิ บุฟฟ่อน และ มาร์ค อันเดร- แทร์ ชเตเก้น แต่ตอนนี้ ดาบิด คือมือ 1 ของโลก การมีผู้รักษาประตูที่ช่วยให้คุณมีแต้มจะสร้างความแตกต่าง สถานะของเขาตอนนี้ทำให้กองหน้าเห็นแล้วหวาดหวั่น”

เปิดไลฟ์สไตล์หรู เปรี้ยว สุดอู้ฟู่ อวดเงินเป็นฟ่อน ซื้อแบรนด์เนม-เที่ยวกาสิโน

เปิดไลฟ์สไตล์หรู เปรี้ยว สุดอู้ฟู่ อวดเงินเป็นฟ่อน ซื้อแบรนด์เนม-เที่ยวกาสิโน

“เปรี้ยว” สาวฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม ใช้ชีวิตสุดอู้ฟู่ หรูหรา โชว์เงินเป็นฟ่อน ๆ ซื้อแบรนด์เนม-เที่ยวกาสิโน

จากคดีสะเทือนขวัญฆ่าหั่นศพ น้องแอ๋ม หรือ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย สาวคาราโอเกะ วัย 22 ปี โดยศพถูกหั่นเป็น 2 ท่อน ยัดใส่ถุงดำและใส่ถังฝังไว้ในพื้นที่บ้านโนนสง่า อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ซึ่งต่อมาตำรวจได้ออกหมายจับ 4 ผู้ต้องหา คือ นายวศิน อายุ 22 ปี, น.ส.จิดารัตน์ อายุ 21 ปี, น.ส.ปรียานุช อายุ 24 ปี และ น.ส.กวิตา อายุ 25 ปี สำหรับสาเหตุของการลงมือฆาตกรรม พบว่าก่อนหน้านี้ผู้เสียชีวิตได้เคยพาตำรวจบุกจับกุมกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาในคดียาเสพติด จึงเชื่อว่าเป็นปมเหตุดังกล่าว (อ่านข่าว : คดีฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม ทั้งหมด)

ขณะที่ต่อมา มีการตรวจสอบเฟซบุ๊กของ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว หนึ่งในผู้ต้องหา ก็พบว่ามีการโพสต์ข้อความที่คาดว่าน่าจะเชื่อมโยงกับการก่อเหตุ ระบุว่า “ขอโทษที่หนูทำคนที่หนูรักเสียใจ” (อ่านข่าว : เปรี้ยว โพสต์หนูขอโทษ – ชาวเน็ตรุมถล่มเฟซ สาปแช่งฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม)

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนี้ วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 หลังจากที่ข่าวการออกหมายจับผู้ต้องหาออกไป ปรากฏว่าได้มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้าไปดูเฟซบุ๊กของเปรี้ยว และพบว่า เปรี้ยวนั้นได้โพสต์ภาพไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบหรูหรา อู้ฟู่ ถ่ายภาพอวดเงินเป็นฟ่อน ๆ เที่ยวทะเลในชุดบิกินี่สุดวาบหวิว รวมถึงซื้อแบรนด์เนม และเที่ยวกาสิโนอยู่บ่อยครั้งอีกด้วย

เผย เบนซ์ เรซซิ่ง มีประวัติป่วยไบโพลาร์-นอนคุกคืนแรกไม่น่าห่วง เข้มแข็งดี

เผย เบนซ์ เรซซิ่ง มีประวัติป่วยไบโพลาร์-นอนคุกคืนแรกไม่น่าห่วง เข้มแข็งดี

ผู้อำนวยการสถานบำบัดพิเศษกลาง เผย เบนซ์ เรซซิ่ง มีประวัติป่วยไบโพลาร์ นอนคุกคืนแรกไม่น่าห่วง เข้มแข็งดี รับสภาพ ตอนนี้ยังไม่ขออะไรเป็นพิเศษ

วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 หลังจากที่ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง สามีของนักแสดงสาว แพท ณปภา ได้ถูกควบคุมตัวไปคุมขังยังทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางนั้น นายกิตติพัฒน์ เดชะพหุล ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ระบุว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจร่างกาย และทำประวัติผู้ต้องขัง ก่อนนำตัวไปคุมขังยังแดน 3 เพื่อให้ผู้ต้องขังได้ปรับตัว โดยห้องนอนของเบนซ์เป็นห้องนอนรวม มีผู้ต้องขังภายในห้องประมาณ 39 คน โดยผ่านมาคืนแรกแล้วไม่มีอะไรน่าห่วง

นายกิตติพัฒน์ กล่าวต่อว่า จากการสอบประวัติพบว่า เบนซ์ เรซซิ่ง เคยป่วยไบโพลาร์ แต่ขณะนี้ยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ซึ่งเจ้าตัวเองก็ยังไม่ร้องขออะไรจากเรือนจำเป็นพิเศษ และปฏิบัติทุกอย่างตามระเบียบของทางเรือนจำ

โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แพท ณปภา ได้เดินทางมาพร้อมทนายความเพื่อเข้าเยี่ยม เบนซ์ ด้วยมีสีหน้าเรียบเฉย  และไม่พร้อมให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม สำหรับ แพท ณปภา ก็ถูกพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด แจ้งข้อหาฐานสมคบคิดกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด และ ร่วมกันฟอกเงิน ตามพ.ร.บ.ฟอกเงิน หลังรับเงิน 1.9 ล้านบาทที่โอนจากนายอัครกิตติ์ ที่พบว่าได้มาจากการฟอกเงินในคดียาเสพติดเช่นกัน

ช่างภาพ พรีอุปสมบท เผยถามพระแล้วถ่ายได้ไม่ผิด ลั่นตอนถ่ายรู้เท่าถึงการณ์ดี

ช่างภาพ พรีอุปสมบท เผยถามพระแล้วถ่ายได้ไม่ผิด ลั่นตอนถ่ายรู้เท่าถึงการณ์ดี

ช่างภาพนาคหนุ่มพรีอุปสมบท เผยทัศนะประเด็นร้อน ชี้ห้ามความคิดคนไม่ได้ บอกถามพระแล้ว พระบอกว่าไม่ผิด ยันตอนถ่ายรู้เท่าถึงการณ์ดี

จากประเด็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ กรณีนาคหนุ่มรายหนึ่งที่มีการถ่ายภาพคอนเซ็ปต์ “พรีอุปสมบท” ซึ่งหลายคนที่ได้เห็นเซตภาพดังกล่าว ต่างติติงถึงความไม่เหมาะสม และระบุว่านาคควรสำรวม เพราะเป็นงานบวช ไม่ใช่งานแต่งงาน หรือคอสเพลย์ [อ่านข่าว : นาคหนุ่ม ถ่ายภาพ พรีอุปสมบท ก่อนบวชจริง เจอจวกนี่งานบวช ไม่ใช่งานแต่ง คลิก]

เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ ได้สอบถามไปยังช่างภาพที่ถ่ายภาพเซตดังกล่าว ทราบว่า จริง ๆ แล้วการถ่ายรูปครั้งนี้ไม่มีคอนเซ็ปต์ใด ๆ ทั้งสิ้น โดยถ่ายไว้เมื่อ 2 เดือนก่อน มีการโกนศีรษะ โกนคิ้วเสมือนจริง เพราะเมื่อถึงวันอุปสมบทจริงผมและคิ้วก็จะยาวพอสำหรับทำพิธี หลายคนคิดว่าตนถ่ายในวันที่บวชเป็นพระ แต่จริง ๆ ในพิธีวันจริงมีการจัดอย่างเรียบง่าย ไม่ได้ฉลองด้วยสิ่งมึนเมา อีกทั้งยังทำตามประเพณีทุกอย่าง

ช่างภาพ กล่าวอีกว่า ตนไม่ซีเรียสที่คนเอาชุดขาว เอานาคไปโยงว่าเป็นพระแล้ว ตนก็ถามพระท่านแล้วว่าผิดอะไรไหม พระท่านก็บอกว่าไม่ผิด เพราะยังไม่เป็นพระ อีกทั้งในกระทู้ตนก็ชี้แจงแล้วว่า น้อมรับทุกคำวิจารณ์ ตอนถ่าย ตนรู้เท่าถึงการณ์ดี รู้ว่ามีทั้งชอบ และไม่ชอบ ส่วนพระตอนนี้ท่านก็บวชอยู่ ท่านก็เฉย ๆ มันอยู่ที่คนจะมอง ตนคงห้ามความคิดใครไม่ได้ บางคนด่า คิดว่าตนเหยียบย่ำ ไม่เคารพ แต่ตนรักผลงานตัวเอง ตนชอบทุกรูป นานาทัศนะคนชมก็ชม คนด่าก็ห้ามไม่ได้

ปิดข้อความจากเฟซบุ๊ก เอิร์น คู่หู เปรี้ยว บอกตอนแรกกะบดให้ละเอียด

ปิดข้อความจากเฟซบุ๊ก เอิร์น คู่หู เปรี้ยว บอกตอนแรกกะบดให้ละเอียด


เปิดข้อความจากเฟซบุ๊ก เอิร์น คู่หู เปรี้ยว บอกตอนแรกกะบดให้ละเอียด ทั้งยังบอกด้วยว่า สมควรตายแล้ว เพราะปากโป้งดีนัก ด้านเจ้าหน้าที่ไทยเร่งประสานเมียนมา เอาตัวมาดำเนินคดี

เปรี้ยว ปรียานุช โนนวังชัย และ เอิร์น กวิตา ราชดา ยังเป็น 2 ผู้ต้องฆ่าในคดีฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม  วริศรา กลิ่นจุ้ย ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังติดตามจับกุมตัวไม่ได้ หลังมีกระแสข่าวว่าหลบหนีไปกบดานยังประเทศเมียนมา ซึ่งขณะนี้ทางศูนย์ประสานงานชายแดนไทย – เมียนมา หรือ TBC ได้ประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท่าขี้เหล็กแล้ว เพื่อให้ช่วยดำเนินการจับกุมผู้ต้องหามาส่งมอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยเพื่อดำเนินคดี คาดว่าน่าจะ

 

ใช้เวลาอีกไม่นานจะได้ตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายแน่นอน

ขณะเดียวกันในโลกออนไลน์ นอกจากชาวเน็ตจะตามไปขุดคุ้ยเฟซบุ๊กของเปรี้ยว ที่ถูกซัดทอดว่า เป็นทั้งคนฆ่าและหั่นศพน้องแอ๋มนั้น ก็ยังมีการแชร์ภาพที่อ้างว่ามาจากของเฟซบุ๊กเอิร์น กวิตา เป็นข้อความสนทนาหลังเกิดเหตุ ระบุว่า….



“ตอนแรกกะจะบดให้ละเอียด แต่อีเปรี้ยวบอกเสียเวลา อีด__พากูโดนไปด้วย”

“สมควรตายแล้วอีสั_ บังอาจปากโป้งดีนัก”

งานนี้ทำเอาชาวเน็ตอึ้งหนัก เพราะไม่คิดว่าหญิงสาวหน้าตาดีทั้งสองรายจะมีจิตใจอำมหิตและเลือดเย็นเช่นนี้ อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบพบว่า เฟซบุ๊กดังกล่าวถูกปิดไปหลังจากที่ข่าวการฆาตกรรมน้องแอ๋มครึกโครมไปทั่วโลกโซเชียลมีเดีย แต่ภาพดังกล่าวถูกแคปไว้และนำมาแชร์ต่อกันไปในวงกว้าง

โจ๋ปาระเบิดใส่สน.ห้วยขวาง สารภาพแค้นแทนเพื่อนถูกจับเมาแล้วขับ

จากกรณีที่มีกลุ่มวัยรุ่น 3 คน โยนระเบิดริมถนนหน้า สน.ห้วยขวาง แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. โดยลักษณะกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 3 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ มาด้วยกัน 1 คัน มาจากถนนประชาสงเคราะห์ เข้ามาภายในซอย 32 ผ่านหน้า สน.ห้วยขวาง จังหวะขับผ่านคนซ้อนท้ายได้โยนวัตถุระเบิดลงริมถนนแล้วเกิดระเบิดขึ้นเหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (26 เม.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น. บริเวณหน้า สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัว นายเอกชัย หรือ แก๊ป อายุ 21 ปี (คนโยนระเบิด) นายทศพล หรือ ต้า อายุ 27 ปี คนขับรถ นายณัฐพงษ์ หรือ โจ อายุ 21 ปี คนซ้อน 3 ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 1015-1016-1017/2560 ลงวันที่ 25 เมษายน 2560 ข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิด และทำให้เกิดระเบิด ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวว่า เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 26 เม.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย พร้อมของกลาง เสื้อกางเกงในวันก่อเหตุ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเอ็มเอสเอ็กซ์ 125 สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ประทัดขนาดเล็ก (ปิงปอง) จำนวน 20 ลูก

จากการสอบถาม นายเอกชัย ให้การรับสารภาพว่า ทำไปด้วยความคึกคะนอง เนื่องจากนายโจที่เป็นเพื่อนสนิท ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง จับกุมข้อหาเมาแล้วขับ ในวันสงกรานต์ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา จนเมื่อวันที่ 23 เม.ย. ตนดื่มสุราจนมึนเมา แล้วนำวัตถุระเบิดที่ทำขึ้นมา เดินทางไปหานายโจที่คอนโดฯ แต่มีเพื่อนของนายโจอยู่ด้วย จึงชักชวนกันไปก่อเหตุดังกล่าว

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ให้การยอมรับสารภาพตลอดทั้งข้อกล่าวหา โดยมีนายแก๊ปเป็นผู้ประกอบระเบิด และเป็นผู้โยนระเบิด ก่อนนายแก๊ปจะชวนนายโจและนายต้ามาด้วย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดและทำให้เกิดระเบิดไว้ในครอบครอง

คาหนังคาเขา! ป.ป.ท.บึงกาฬ จับนายก อบต. เรียกรับเงินปลัดขอย้าย

ปลัดขอย้ายมาอยู่ในพื้นที่ นายก อบต.บอกย้ายได้ แต่ต้องจ่าย 1 แสน สุดท้ายไม่รอด ถูกวางแผนจับ หลักฐานมัดทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ร้อยโท เจนรบ พละเดช พนักงานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) เขต 4 ขอนแก่น ได้เข้าประสานงานกับ พ.ต.อ. ทวีรัชต์ ศรีธวัชพงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ และ พ.ต.อ.อารัก มะสาธานัง ผกก.สภ.ปากคาด อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนสนธิกำลังกับ ร.ท. กิตติศักดิ์ อัยแก้ว ผบ.ร้อย.รส.ที่1332 เข้าจับกุม นายแสงชัย (นามสมมติ) อายุ 60 ปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในเขต อ.ปากคาด

พร้อมด้วยหลักฐานเงินสด ธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 90 ฉบับ รวมเป็นเงิน 90,000 บาท โดยมี นางอำพร (นามสมมติ) ปลัดสาว อบต.แห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคใต้ และสามีซึ่งเป็นนายทหารยศร้อยเอก เป็นนักบินประจำอยู่ทางภาคเหนือ ชี้ให้จับกุมที่ร้านอาหารครัวลูกเขย ใน อ.ปากคาด เพื่อแลกกับการได้ย้ายจากทางภาคใต้มาอยู่ในเขต อ.ปากคาด

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นางอำพร ปลัดสาว ได้ทำหนังสือมาหารือกับนายแสงชัย ว่าจะขอย้ายมาอยู่ใน อบต.ที่นายแสงชัยเป็นนายกฯ โดยตอบตกลงยืนยันว่าย้ายมาได้ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องจ่ายเงิน 100,000 บาท โดยนัดจ่ายเงินในวันนี้ ต่อรองเหลือ 90,000 บาท จึงได้นำเรื่องดังกล่าวไปร้องเรียน ป.ป.ท. เขต 4 ขอนแก่น จึงได้มีการวางแผนจับกุม โดยมีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. 2 คน บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ

ภายหลังถูกจับกุม นายแสงชัยกล่าวว่า มีขบวนการที่คอยกลั่นแกล้งตนอยู่ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ใน อบต.ที่ตนอยู่อยากขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าสำนักปลัด แต่ยังอาวุโสไม่พอ ทั้งระดับและเงินเดือน ตนจึงบอกให้รอไปก่อน แต่ก็สร้างความไม่พอใจให้ไม่น้อย จึงหาทางกลั่นแกล้งและใส่ร้ายเรื่อยมา

ด้าน พ.ต.อ. ทวีรัชต์ รอง ผบก. กล่าวว่า เป็นการจับกุมทุจริตที่มีหลักฐานชัดเจนทั้งก่อนและหลังการจับกุม มีทั้งเทปเสียงและภาพ โดยตัวนายกฯ เองก็ยอมเซ็นรับสารภาพในข้อกล่าวหา ”เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ เรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งฯ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต ปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือประหารชีวิต” โดยได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่ง ร.ต.อ. ธีรวิสิฎฐ์ จินจันดา รอง สว. (สอบสวน) สภ.ปากคาด ดำเนินคดีต่อไป

ญาติหมดหวัง หาสรีระหลวงพ่อมหายนต์หายจากวัด


ญาติหลวงพ่อมหายนต์ หมดหวังหาศพ แม้จะทำทุกวิธีทาง ทั้งพึ่งไสยศาสตร์ เชื่อเป็นเวร เป็นกรรม แต่ขอทำพิธีประชุมเพลิงตามประเพณีให้เสร็จ

ที่วัดศิริมงคล บ้านหนองหญ้าปล้อง ตำบลพังโคน อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร จะมีพิธีการประชุมเพลิงโลงศพเปล่า พระครูโสภณธรรมาภิวัฒน์ หรือ หลวงพ่อมหายนต์ อดีตเจ้าคณะอำเภอพังโคน และอดีตเจ้าอาวาสวัดศิริมงคล ที่ถูกคนร้ายมาขโมยศพไป ก่อนจะมีกำหนดพิธีเคลื่อนสรีระสังขาร เมื่อวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งบรรยากาศช่วงเช้า ได้มีการเตรียมสถานที่จัดงานพร้อมรับญาติโยมที่จะมาร่วมงาน โดยมีญาติๆ และชาวบ้านนำภัตตาหารเช้ามาถวาย และจุดธูปเทียนบอกกล่าวหลวงพ่อมหายนต์ ที่ตั้งโลงบรรจุศพ หน้าเมรุชั่วคราว

นางรัชนก เหลนแท้ๆ ของหลวงพ่อมหายนต์ กล่าวความรู้สึกว่า หมดหวังกับการตามหาศพหลวงพ่อ เพื่อมาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล แม้จะทำทุกวิธีทางไปตามหาสถานที่ต่างๆ พึ่งทั้งร่างทรง ทั้งด้านไสยศาสตร์ แต่ก็ไม่มีหวังแล้ว คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะติดตามสืบสวน จากนี้ญาติๆ ก็จะขอทำหน้าที่ของลูกหลาน ทำพิธีประชุมเพลิงหลวงพ่อให้แล้วเสร็จ แม้จะไม่มีร่างก็ตาม แต่ยังคิดว่าท่านยังอยู่ ดีกว่าไม่ได้ทำอะไร

อย่างไรก็ตามในส่วนของคดี ยังไม่มีความคืบหน้าหรือเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้าไปให้ปากคำเพิ่ม ขณะที่มีกระแสข่าวว่า วัดมีการสร้างสถานการณ์ เพื่อให้คนมาเข้าวัดบริจาคเงินทำบุญ ทางวัดและญาติๆ ยืนยันว่า มีการเตรียมการจัดงานและค่าใช้จ่ายก็มีเจ้าภาพหมดแล้ว และส่วนหนึ่งญาติก็ขายรถตู้ส่วนตัวของหลวงพ่อมหายนต์ นำเงินมาเป็นค่าจัดงานศพ

ส่วนความขัดแย้งของญาติเกี่ยวกับทรัพย์สิน เงินทอง ของหลวงพ่อมหายนต์ ทางญาติระบุว่า หลวงพ่อไม่ได้เป็นพระที่สะสมเงินทองหรือวัตถุ เมื่อได้เงินทำบุญมาก็นำมาสร้างโบสถ์ พัฒนาวัดจนหมด ไม่มีทรัพย์สินและสมบัติส่วนตัวใดๆ เพราะท่านบวชมาตั้งแต่เป็นหนุ่ม ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวทางโลกเลย

อ้วน รีเทิร์น อาลัยถึง “แม่เล็ก” รีบบินกลับมาส่งเป็นครั้งท้าย

หนึ่งในคนดังคนสนิทที่รู้จักกับ “แม่เล็ก ธนาภา” แม่ของดาราสาว “ตั๊ก บงกช” เป็นอย่างดี นั่นก็คือ “อ้วน รีเทิร์น” ที่ได้มาร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ (กรณีพิเศษ) ณ วิหารคต วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ด้วยเช่นเดียวกัน พร้อมกับเปิดใจพูดถึงแม่เล็กในมุมที่ใครก็อาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

“วันนี้มาส่งคุณแม่เล็ก เรารู้จักกันมาหลายปี ตั้งแต่ร่วมทำบุญและทำหนังด้วยกัน เราเดินสายทำบุญด้วยกันตลอด พี่อ้วนรู้สึกตกใจ ก็รู้ว่าแม่เล็กป่วย แต่ไม่คิดว่าจะจากไปกะทันหันขนาดนี้ ตอนนั้นพี่อยู่เมืองนอกเพิ่งเปลี่ยนตั๋วบินกลับมาเมื่อเช้าเพื่อมาร่วมงานวันนี้ พี่ก็ให้กำลังพูดคุยกับตั๊กมาสม่ำเสมออยู่แล้ว”

“เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา เราจะพูดเป็นเชิงธรรมะกับตั๊กตลอด น้องก็เข้มแข็ง แต่พอถึงวันนั้นจริงๆ ก็เศร้าเหมือนกัน ตั๊กเขามีความหวังแม่คุณแม่จะหาย เพราะเขาทุ่มพลังในการดูแลรักษาแม่เขาร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งแรงกายแรงใจอยู่กับแม่ไม่ห่างเลย ตั๊กจะนิมนต์พระมาที่บ้านหรือโรงพยาบาลอยู่เสมอ เพื่อให้แม่เขาร่วมทำบุญด้วย”

“ตั๊กเป็นคนจริงใจ ปากกับใจตรงกัน เป็นคนไม่ซับซ้อน เพื่อนที่สนิทๆ กับเขาจะรู้ว่าเขาเป็นยังไง เราก็มาให้กำลังใจกัน การที่แม่จากไปต่อให้กำลังใจเยอะขนาดไหนมันก็ต้องเศร้าโศกเสียใจมากอยู่แล้ว และตั๊กก็เศร้ามาก เพราะเขาผูกพันกับแม่มาตั้งแต่เด็กๆ มีกันอยู่สองแม่ลูก อย่างที่ทราบว่าเวลาน้องทำงานทุกอย่างก็จะให้เงินแม่หมดเลย ไม่มีเก็บไว้กับตัวเอง แต่จะขอเงินแม่ใช้แทน”

แม่เล็กยังมีห่วงอะไรอีกไหม?
“แม่เล็กคงไม่มีห่วงอะไร เขาจะรู้ว่าลูกสบาย เพราะเขารักลูกมากๆ ลูกมีชีวิตที่มีความสุขแล้ว เคยคุยกับแม่เล็กไว้เมื่อนานมาแล้วว่าอยากเห็นข้าวหอมโต อยากเห็นเมียเห็นลูกข้าวหอม พูดตั้งแต่ข้าวหอมคลอดมาใหม่ๆ แต่ตอนนั้นแม่ก็เริ่มป่วยแล้วนะ แกยังพูดว่าจะได้อยู่เจอลูกเจอเมียข้าวหอมไหม เราก็ตอบไปว่าเดี๋ยวก็ได้เจอ”

คุณแม่ได้สั่งเสียอะไรก่อนจากไปไว้หรือเปล่า?
“ไม่มีค่ะ เพราะคุณแม่ไม่พูด นอนหลับสบายๆ ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2558 วันนั้นไม่สบายล้มเป็นวันแรกและอยู่ในห้องไอซียู ตอนที่พี่อ้วนไปเยี่ยมก็ยังมีโอกาสได้พูดคุยสนุกสนาน จับมือแก มองเห็นว่าแกมีน้ำตาคลอๆ ออกมา เหมือนกรอกตาไปมาว่ารับรู้ พี่เป็นคนชอบพูดคุยอะไรสนุก ตลกๆ ให้แกฟังในขณะที่แกยังนอนหลับอยู่”

ถ้าพูดถึงแม่เล็ก จะคิดถึงอะไร?
“คิดถึงความดี ความใจบุญของแก ความรักลูกและควสมรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเวลาแม่เล็กทำบุญแกจะทุ่มสุดตัว สุดใจ สุดพลัง สิ่งที่ในตัวแม่เล็กมีก็คือการไม่เคยว่าใคร ไม่เคยคิดร้ายกับใคร มีอะไรไม่ซับซ้อนเหมือนตั๊กเลย เราคุยกับคนแบบนี้เราก็สบายใจ”

อยากบอกอะไรกับแม่ไหม?
“ก็บอกเรื่อยๆ นะคะ ตอนที่อยู่เมืองนอก พอรู้ว่าแม่ไปก็ไปจุดธูปบอกแกว่าไม่ต้องห่วงอะไร เพราะแม่เล็กชอบสร้างโบสถ์ ทำบุญ ช่วยคนเยอะมากในช่วงหลังของชีวิต ตอนนี้ไม่ต้องห่วงอะไรเลยเพราะมีบ้านสวยๆ รออยู่บนฟ้าแล้ว และตอนนี้ลูกหลานก็สบายหมดแล้ว ขอให้ไปอยู่ในที่ที่มีความสุขนะ ส่วนตั๊กพี่เชื่อว่าความกตัญญูของตั๊กจะส่งผลให้เขาและครอบครัวมีความสุข”

ป.ป.ส.แจงขายทอดตลาด รถลัมโบร์กินีของ เบนซ์ เรซซิ่ง

ป.ป.ส. แจงขายทอดตลาดทรัพย์สินในคดียาเสพติด รถลัมโบร์กินีและรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ของ “เบนซ์ เรซซิ่ง ” แม้คดีจะยังไม่สิ้นสุด แต่เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของทรัพย์สิน

นายศรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. กรณีการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด ในวันที่ 26 มีนาคมที่จะถึงนี้ ว่า ทาง ปปส. แบ่งทรัพย์สินในการขายทอดตลาดครั้งนี้ เป็น 2 ประเภท คือ

1.ทรัพย์สินที่ริบตกเป็นของกองทุน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
2.ทรัพย์สินที่ ศาลยังไม่สั่งคดีถึงที่สุด แต่ไม่สมควรเก็บรักษาไว้ได้

ซึ่งในกรณีนี้ มีทรัพย์สินในคดีที่น่าสนใจ อาทิ รถลัมโบร์กินี ของนายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย ผู้ต้องหาในคดียาเสพติดและรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ จำนวน 2 คันของ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ผู้ต้องหาฐาน ร่วมกันฟอกเงิน ในคดีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดนายไซซะนะ โดยพนักงานสอบสวนได้สอบถามไปยังนายอัครกิตติ์แล้ว ยินยอมให้ขายทอดตลาดทรัพย์สินดังกล่าว พร้อมอายัดเงินไว้ แต่หาก นายอัครกิตติ์ สามารถหาหลักฐานมาชี้แจงแสดงได้ ว่า ทรัพย์สินนั้นได้มาโดยสุจริต และศาลมีคำสั่งให้คืนทาง ป.ป.ส. ก็จะคืนเงินจำนวนทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยให้กับเจ้าของทรัพย์ทันที
ส่วนรถยนต์หรูลัมโบร์กินี ทางเจ้าหน้าที่จำเป็นจะต้องขาย เพื่อนำเงินคืนให้กับไฟแนนซ์เจ้าของรถ แต่หากมีเงินส่วนต่างเหลือ ทาง ป.ป.ส. ก็จะริบไว้จนกว่าจะมีคำสั่งจากศาล ว่าให้คืน หรือยึดเงินจำนวนดังกล่าว ให้ตกเป็นของแผ่นดิน

อย่างไรก็ตาม เลขาธิการ ป.ป.ส. ขอชี้แจงกับประชาชนว่า ทรัพย์สินที่อยู่ในคดียาเสพติด แม้คดีจะยังไม่สิ้นสุด แต่เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย จึงจำเป็นต้องขายทอดตลาดเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของทรัพย์สิน และหากประชาชนสนใจสามารถร่วมลงทะเบียนการประมูลขายทอดตลาดในครั้งนี้ได้ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ดินแดง

« Older posts

© 2017 Sbobetbetting.com

Theme by Anders NorenUp ↑