ฮือฮา ‘หมาวัดขมังเวท’ พกของขลัง ห้อย ‘ตะกรุด-เบี้ยแก้’

bae85   กันยายน 28, 2016   ปิดความเห็น บน ฮือฮา ‘หมาวัดขมังเวท’ พกของขลัง ห้อย ‘ตะกรุด-เบี้ยแก้’

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลายเป็นที่ฮือฮาอย่างมาก สำหรับภาพของสุนัขภายในวัดบางเกาะเทพศักดิ์ ต.แควอ้อม อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ซึ่งนอกจากญาติโยมจะเดินทางมากราบไหว้ขอพรพระให้จิตใจผ่องแผ้วแล้ว ยังพบเห็นสิ่งแปลกตาที่อยู่บนลำคอของสุนัขวัดอีกด้วย เนื่องจากมีสุนัขวัดกว่า 10 ตัว ที่มีตะกรุดห้อยคออย่างน่าฉงนใจ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ของขลังดังกล่าวที่คล้องคอสุนัขวัดเอาไว้นั้นไม่ได้มีแค่ตะกรุด แต่ยังมีเบี้ยแก้ด้วย ทั้งหมดถูกเลี่ยมพลาสติกไว้อย่างดี%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c

นายโสภณ ชุ่นหะพันธ์ ผู้ดูแลวัด เล่าว่า ของขลังห้อยคอหมาวัดนั้น เรื่องมันเกิดขึ้นจากก่อนหน้านี้มีหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งขับรถปิกอัพมานั่งดื่มสุรากับเพื่อน ๆ ที่บริเวณร้านค้าข้างวัด กระทั่งพอเมาได้ที่และจะขับรถกลับบ้าน ปรากกว่าหมาวัดชื่อ เจ้าหรั่ง เพศผู้พันธุ์ไทย อายุ 12 ปี จู่ ๆ ก็ไปนอนขวางหน้ารถเอาไว้ แม้หนุ่มวัยรุ่นจะพยายามไล่แค่ไหน เจ้าหรั่งก็ไม่ยอมออกไป ในเมื่อไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร หนุ่มวัยรุ่นจึงตัดสินใจขอนอนค้างคืนที่บ้านเพื่อนในวงแทน

“กระทั่งมีอุบัติเหตุรถ จยย.ถูกรถพ่วง 18 ล้อ หลับในพุ่งชนจนบาดเจ็บสาหัส และเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่หนุ่มวัยรุ่นกำลังจะขับรถกลับบ้านพอดี ทำให้เชื่อว่าเจ้าหรั่งมาช่วยชีวิตเขาเอาไว้ เพราะคืนนนั้นถ้าได้ขับกลับบ้าน เขาคิดว่าต้องถูกรถพ่วงชนจนเสียชีวิตแน่ ๆ เขาเลยถอดตะกรุดจากเอวไปห้อยที่คอเจ้าหรั่ง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความศักดิ์สิทธิ์ที่ได้ช่วยชีวิตเขาไว้”

นายโสภณ เล่าอีกว่า ตั้งแต่วันนั้นข่าวของเจ้าหรั่งแพร่สะพัดเร็วมาก ใครมาที่วัดก็ถามหาแต่เจ้าหรั่ง จนมันเริ่มเข้าฝูงไม่ได้ ทางวัดรู้สึกเป็นห่วง เลยนำตะกรุดและเบี้ยแก้อีกรวม 9 อัน มาคล้องที่คอหมาวัดอีก 9 ตัว เพื่อให้ดูกลมกลืน ไม่เป็นจุดเด่นอยู่แค่ตัวเดียว ส่วนของขลังที่ห้อยคอนั้น ขอไม่เปิดเผย เพราะอาจจะไปทำลายความน่าเชื่อถือของผู้ที่เคารพได้

จะรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ได้อย่างไร พระมหาแดน วชิรปัญโญ

bae85   กันยายน 25, 2016   ปิดความเห็น บน จะรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ได้อย่างไร พระมหาแดน วชิรปัญโญ

สำหรับบุคคลทั่วไปคำว่าการรักษาศีล 5 นั้น ดูเป็นเรื่องที่จะว่าง่ายก็ไม่ง่ายจะว่ายากก็ไม่ยาก เทคนิคของการรักษาศีลนับเป็นอะไรที่ได้รับคำถามมากมายและเป็นเรื่องสนุกที่ต้องศึกษา กะแค่ข้อห้ามเพียง 5 ข้อ ทำไมหาได้น้อยคนที่จะตั้งใจทำ และถ้าทำได้แล้วจะมีผลดีต่อตัวเราอย่างไร เกี่ยวเนื่องอะไรกับกฏของธรรมชาติ ช่วงนี้แหละเป็นช่วงที่ดิฉันต้องตั้งใจพิจารณาให้ดี เพราะการได้เข้าไปศีกษาธรรมะใน ธรรมสถานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สิ่งเดียวที่ท่านแม่ชีแนะนำก็คือ เธอต้องรักษาศีล 5 ไปก่อน ให้เป็นกิจวัตรปกติในชีวิตประจำวันของตัวเองให้ได้ รักษาศีล จนกว่าศีลจะรักษาเรา หรือที่เรียกว่า อธิศีล%e0%b8%a8%e0%b8%b5%e0%b8%a5โดยทุกวันเมื่อตื่นนอนมาแล้ว หลังจากล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ให้ตั้งใจสมาทานศีล 5 แบบง่ายๆ พูดว่า พุทโธ ธัมโม สังโฆ ศีลข้อ 1 ไม่ฆ่าสัตว์ ศีลข้อ 2 ไม่ลักทรัพย์ ศีลข้อ 3 ไม่ประพฤติผิดในกาม ศีลข้อ 4 ไม่มุสา ศีลข้อ 5 ไม่ดื่มสุราและของมึนเมา บัดนี้ข้าพเจ้านางสาวจินตนา วงศ์ต๊ะ จะขอตั้งใจรักษาศีล 5 อย่างเคร่งครัดบัดนี้ ข้าพเจ้าเป็นผู้บริสุทธิ์ด้วยศีลแล้ว ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย อันมีพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระอริยสังฆคุณ ขอท่านช่วยปกป้องคุ้มครองลูกให้พ้นจากวิบากเวรภัยทั้งหลายทั้งปวงสามารถรักษาศีล ปฏิบัติธรรม อย่างชาญฉลาด ตราบเท่าเข้าถึงมรรคผลนิพพานอย่างแท้จริงด้วยเทอญ โมทนาสาธุๆๆๆ

%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%a1

แน่นอนว่า สำหรับดิฉันคนที่ไม่เคยรักษาศีลมาก่อน ระหว่างวันปากก็มักจะเผลอไผล โกหกไปโดยไม่รู้ตัว หลวงแม่ค่ะจะทำอย่างไรดี คำตอบก็คือ เมื่อใดที่พลั้งเผลอหลุดผิดศีลไปแล้ว เช่นยุงกัด ก็ป๊าบ! เข้าให้ เสียใจก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นแน่ๆๆ เราให้ทำอย่างนี้ค่ะ ทำผิดปั๊บให้สมาทานศีลให้ครบ 5 ข้อใหม่ ทันทีที่ทำผิด แม้จะผิดแค่ข้อเดียวก็ต้อง ยกมือสมาทานศีลทั้ง 5 ข้อใหม่ทันที แรกๆๆเราก็จะทำผิดหลายหน ต้องสมาทานเหนื่อยหน่อย แต่สักพักเมื่อเวลาผ่านไป เราจะเกิดปัญญาในการรักษาศีลขึ้นมา และทำให้ศีลของเราบริสุทธิ์มากขึ้น วิธีการนี้ถือเป็นการเจริญสติแบบหนึ่งที่เรียกว่า สีลานุสติกรรมฐาน

%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c

สำหรับผู้ที่ไม่เคยรักษาศีล มักจะมีคำถามว่า สมมติว่า ปกติเราก็ไม่ได้ทำผิดศีล 5 อยู่แล้ว อย่างงี้ก็ถือว่าเรารักษาศีลไปในตัวหรือเปล่า คำตอบก็คือ การรักษาศีล ต้องประกอบด้วยเจตนา และการทำผิดศีลก็ต้องประกอบด้วยเจตนา หรือเจตต์จำนง ถ้าเราไม่ตั้งใจสมาทานแม้เราไมได้ทำผิดก็ไม่ได้ถือว่าจิตเรามีเจตนารักษาศีล 5 และแน่นอนว่า หากวันใดมีข้อสอบบางอย่างมาลองใจ เราเองก็อาจจะทำผิดศีลก็ได้ เช่นเดียวกับการทำผิดศีล ถ้าบังเอิญเดินไป แล้วเหยียบมดตายทั้งๆที่ เราไม่เห็นและไม่ได้เจตนาจะฆ่า อย่างนี้ไม่ถือว่าศีลขาด แต่ถ้าพิจารณาตามกฏแห่งกรรมก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งเพราะมีการกระทบโลกเกิดขึ้น แต่จะยังไม่ขอกล่าวรายละเอียด ณ ที่นี้ เพราะซับซ้อนเกินไป ดังนั้นสรุปได้ว่า การรักษาศีลสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เจตนา

ถ้าถามว่า ข้อดีของการรักษาศีล 5 คืออะไร อย่างแรก รักษาศีล 5 ก็ปิดอบายภูมิ ไม่มีทางที่ท่านจะตกนรกได้แน่นอน และอย่างสูงที่สุดเมื่อไหร่ที่ท่านรักษาศีลยิ่งกว่าชีวิตยอมตายไม่ยอมผิดศีล มีที่หมายเดียวที่ต้องการคือ พระนิพพาน และไม่ยึดติดในร่างกาย ท่านที่มีลักษณะเช่นนี้ ก็คือชาวบ้านชั้นดี ที่เรียกว่า ท่านโสดาบัน เหตุที่เรียกชาวบ้านชั้นดีเพราะท่านยังสามารถครองเรือนได้ สำหรับคนที่ทำผิดศีลตลอดกาลก็เรียกว่า คนทุศีล และคนที่ทำผิดบ้าง ถูกบ้างก็เรียกว่า ปถุชน   หากใครได้เคยอ่านศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหง จะมีคำกล่าวถึงการรักษาศีลของคนในสมัยนั้น ดังนั้นนับได้ว่า การรักษาศีลอยู่คู่กับคนไทยมาตั้งนานแล้ว ไม่ได้เป็นเรื่องวิจิตรพิสดารหรือเหนือวิสัยของมนุษย์แต่อย่างใด

หากท่านสังเกตการเทศน์ของพระผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบหลายท่าน สิ่งที่ท่านมักจะพูดถึงเสมอๆ ก็คือ การรักษาศีล จะเรียกว่า ศีล คือ ตัวชี้วัดความปลอดภัยในการใช้ชีวิตบนโลกนี้ และโลกหน้า ก็ว่าได้ ดังในหนังสือเรื่อง คิริมานนทสูตร มีช่วงหนึ่งที่ท่านได้กล่าวไว้ในหัวข้อ ว่า “ผู้มีความรู้ฉลาดสักปานใด ไม่ควรถือตัวว่าเป็นผู้ยิ่งกว่าผู้มีศีล”ตัดตอนมาดังนี้ แม้จะเป็นผู้มีความรู้ความฉลาดมากมายสักปานใดก็ตาม ก็ไม่ควรจะถือตัวว่าเป็นผู้ยิ่งกว่าผู้มีศีล เหตุว่าผู้ที่ไม่มีศีลนั้นยังห่างจากพระนิพพานมาก ผู้ที่มีศีลชื่อว่า ใกล้ต่อพระนิพพานอยู่แล้ว ถึงจะไม่รู้อะไร รู้แต่เพียงถือศีลเท่านั้น ก็ยังดีกว่าผู้ไม่มีศีลอยู่นั่นเอง เพราะท่านเป็นผู้บางจากกิเลส—สำหรับผู้ที่ไม่เชื่อ ท่านแม่ชีแนะนำว่า ให้ลองรักษาศีล สักเดือนสองเดือนแล้วลองพิสูจน์ดูด้วยตัวเองว่า ชีวิตของท่านดีขึ้นจริงหรือไม่ หากว่าไม่ดี ท่านก็แค่เลิกทำไปเท่านั้นเอง ของแบบนี้ไม่ทำไม่รู้ แค่ฟังอย่างเดียวไม่มีประโยชน์ ด้วยนิสัยของนักวิทยาศาสตร์อย่างดิฉัน ก็ต้องลองทำแล้ปรักษาศีลกันหน่อย ได้ผลการทดลองอย่างไรแล้ว ก็ค่อยสรุปผลการทดลอง และอภิปรายกันเป็นข้อๆๆ ไปเลย

แน่นอนค่ะ สิ่งที่ดีก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีวันยังค่ำ สัจธรรมก็คือสัจธรรม ฉันใดก็ฉันนั้น สรุปผลการทดลองของดิฉันก็คือ การรักษาศีล 5 นี้ดีจริง และไม่ยากอย่างที่คิด เพราะใช้เทคนิคการสมาทานบ่อยๆ จนในที่สุดก็เลิกสมาทานเพราะไม่ผิดอีกแล้ว เอาแค่ตื่นนอนกับก่อนนอนเพื่อย้ำเตือนตัวเองก็พอ ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปมาก รวมถึงสภาวะจิตใจและสติปัญญาของตัวเอง สิ่งที่เคยคิดว่า ทำไม่ได้ ก็ทำได้ เมื่อวิชาศีล 5 มั่นคงพอควรแล้ว ก็ต้องเข้าสู่บทเรียนต่อไป

รัก โลภ โกรธ หลง เหตุแห่งทุกข์ของมนุษย์ทั้งมวล อ.แดน

bae85   กันยายน 23, 2016   ปิดความเห็น บน รัก โลภ โกรธ หลง เหตุแห่งทุกข์ของมนุษย์ทั้งมวล อ.แดน

ความทุกข์ ของมนุษย์ทุกวันนี้ คือ รัก โลภ โกรธ หลง ต้นเหตุแห่งกิเลส คือ สี่ตัวนี้ ในทุกวันที่เราเกิดมา จะมีสี่ตัวนี้ เข้ามากระทบจิตของเรา ทำให้เราต้องคิดอยู่เสมอ ทั้งที่รู้ตัว และไม่รู้ตัว กิเลสดังกล่าว แม้ไม่เกิดจากเรา ก็อาจจะมาหาเราได้ผ่านทาง เพื่อนฝูง ญาติมิตร พี่น้อง พ่อแม่ คนรัก และ อื่นๆ และ ในโลกปัจจุบัน กิเลสได้ผ่านเข้ามาทาง เครือข่ายเฟ๊ซบุ๊ก จึงทำให้เราได้แลเห็นถึง กระแสบวก และ ลบ ในเครือข่าย ตราบใดที่เราอาศัยอยู่บนพื้นที่ที่มนุษย์เหยียบเข้าถึง เราหนีไม่พ้นแน่นอน เพียงแต่ว่า เราจะมีสติประคองตนเองอย่างไร ต่อวัน หรือ แม้แต่ต่อวินาที%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%87ทำไมเราจึงรัก ทำไมเราจึงโลภ ทำไมเราจึงโกรธ ทำไมเราจึงหลง สี่ตัวนี้เป็นกลไกในการทำให้เกิดการเวียนว่าย ตายเกิดของมนุษย์ หรือ เกิดกรรมต่อกัน คนที่แสวงหาความรักอยู่เสมอ อาจจะเป็นเพราะเขาขาดรัก และ ขาดคนที่เข้าใจเขา คนที่เหงาอยู่เสมอ มักจะแสวงหาความรักอยู่เสมอเช่นกัน ความรักที่แสวงหานั้น คือ อะไร ความรัก คือ อะไรในสายตาแต่ละคน ความรัก คือจุดยึดเหนี่ยวของแต่ละคน หากคนใดขาดรัก คนนั้นมีทุกข์ คำว่า รักที่ว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นรักฉันชู้สาว มันเป็นความรักอะไรก็ได้ แต่คนหลายคน ตบท้ายด้วยความรักชายหญิง และ เมื่อมีความรักดั่งกล่าวเกิดขึ้น ปัญหาก็จะเกิดขึ้นตามมาอีกมาก เหตุที่ว่า ความรักเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ เพราะทุกคนต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างใจ แต่หลายอย่างกลับไม่เป็น คู่รัก ของชายหญิง ก็คือ ที่มาก็การเวียนว่ายตายเกิด เมื่อมีรัก ก็เกิดความหลง

ที่หลีกเลี่ยงยาก ฉากต่อไป คือ ความหลง ก็จะมาพร้อมกับความโกรธและ เมื่อรัก หลง โกรธ มารวมกัน ก็จะเป็นทุกข์ซ้อนทุกข์ มีเพียงไม่กี่คู่ ที่ผ่านตรงนี้ไป และ ไม่มีเลย นอกนั้น หนีพ้นได้ยาก ต่อมาความโลภ ทำไมคนเราจึงโลภ โดยมากความโลภ นี้เกิดจากการอยากมีอยากเป็น อยากเด่น และ อยากดัง เมื่อความอยากมีมากอย่างต่อเนื่อง และ จนล้น ก็จะกลายเป็นโลภ เห็นผู้อื่นได้ดี ก็จะเอาด้วย อยากจะดีไปเสียยิ่งกว่า คนที่โลภไปอีกขั้นนึง ก็จะมีแต่ความต้องการ และ ต้องการมากขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างไร้ขอบเขต จนทำได้ทุกอย่างเพื่อแลกกับมัน ความโกรธ อันนี้เป็นสิ่งที่เป็นอาการที่เกิดขึ้น เมื่อเกิดภาพบาดตา คำพูดบาดใจ หรือ เกิดจากการกระทำที่ไม่ถูกใจ กรณีความโกรธนี้ เกิดจากอะไรที่ไม่ถูกใจ และ ขัดกับตัวเรา ความโกรธโดยมากลิงก์มาจากความเอาแต่ใจในพื้นฐาน

หากเป็นคนมีพื้นฐานเดิมที่เอาแต่ใจตนเองมากๆ หรือ โดยตามใจแต่เด็ก อยากได้อะไรเป็นต้องได้ ความโกรธนี่จะเกิดขึ้นได้เสมอ บางคนโกรธเป็นเดือน โกรธเป็นปี ข้ามปี แค่คำว่า โกรธนี้ ทำให้เสียผู้เสียคนกันมามากแล้ว ความหลงอันนี้ เป็นอันที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น หลงผู้ชาย หลงผู้หญิง หลงกิ๊ก หลงการพนัน หลงละคร เพราะเห็นว่ามันดี หรือ หลงคำยอ เพราะคิดว่า ไพเราะ ฟังแล้วเห็นเป็นจริง อันความหลงนี่ ต้องบอกว่า ขึ้นอยู่กับจริตเดิม ท่านจะเห็นว่า ในสมัยโบราณ ทำไมมีการยกผู้หญิงให้เจ้าเมือง หรือ ใช้ผู้หญิงเป็นตัวล่อ ก็เพราะว่า เล่นเรื่องของความหลงในกาม ใครหลงสิ่งใด ให้ใช้สิ่งนั้นล่อ จะบังเกิด กระแสแห่งความหลงจนเห็นช้างตัวเท่าหมูก็เป็นได้ ขอจบเรื่องความรัก โลภ หลง โกรธ แต่เท่านี้ แต่เพียงเบื้องต้น
หากท่านใด มีทั้งหมด และ เยอะมาก ท่านจะระวังให้ดี เพราะว่า ปัญหาอีกมากจะตามมา หากท่านรู้แล้วว่า มีมาก ท่านคงต้องใช้ สติ ศีล สมาธิ และ ปัญญาในการแก้ไข เราเกิดเป็นมนุษย์ จึงอย่าปฏิเสธ ว่า เราเปอร์เฟค แต่ว่า เราสามารถฝึกได้กันทุกคน แต่ละคนที่เกิดมา มี สติ ศีล สมาธิ ปัญญา รัก โลภ โกรธ หลง ได้มา ไม่เท่ากัน เรียกว่า ทุนเดิม ในชาตินี้ ท่านจะทำทุนเดิมอย่างไร ให้พัฒนา หากไม่ใช่ด้วยการรักษาศีล และ ทำสมาธิ การอ่านอาจจะทำให้เกิดปัญญา แต่ก็ไม่เสมอไป อาจจะได้ความรู้แต่จะเกิดเป็นปัญญาหรือไม่ ต้องพิจารณา การตั้งสติ อยู่ในความไม่ประมาท เป็นสิ่งที่เราทุกคน อาจจะคิดว่าง่าย แต่ไม่ง่าย เพราะทุกเสี้ยววินาที มีกิเลส เกิดขึ้นได้ทุกทาง ในจิตของคนที่หลงไปด้วยกิเลส ตอนต้นเหมือนจะดี แต่พออยู่ไปอยู่มา ท่านจะเห็นบางอย่างเอง

อึ่งอ่าง สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่ชาวไทยอีสานนำมาเป็นอาหาร

bae85   กันยายน 21, 2016   ปิดความเห็น บน อึ่งอ่าง สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่ชาวไทยอีสานนำมาเป็นอาหาร

แหล่งอาศัย  อึ่งในฤดูจำศีลจะขุดฝังตัวเองลึกลงไปในดิน ด้วยการหันหลัง และใช้ขาหลังขุดดิน และดันตัวเองลงด้านล่าง ซึ่งจะไม่ขุดดินออกให้เป็นรูกวาง แต่ดินจะถูกดันออกด้านข้างเพื่อให้ลำตัวแทรกดันลงได้ ทำให้ดินที่ขุดเลื่อนออกมาปิดรูไปเรื่อย ทำให้ดินบริเวณรูมีสีที่แตกต่างจากดินรอบข้างอย่างชัดเจน แต่สีดินจะเริ่มเหมือนกัน หากขุดลึกมาก นอกจากนั้น ดินบริเวณรูที่ขุดจะมีความหนาแน่นต่างจากดินรอบข้างอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ความลึกของรูในช่วงฤดูจำศีล ต้นเดือนพฤศจิกายน-เมษายน จะมีความลึกมาก อาจมีความลึกได้ถึง 1 เมตร ขึ้นอยู่กับความชื้นของดินที่เหมาะสำหรับการพักตัว%e0%b8%ad%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87

สำหรับฤดูวางไข่ และออกหาอาหาร ซึ่งอยู่ในช่วงต้นฤดูฝนจนถึงปลายฤดูฝน ปลายเดือนเมษายน-ปลายเดือนตุลาคม ความลึกของรูในช่วงนี้จะลึกน้อยมากถึงปานกลาง แต่ส่วนใหญ่จะขุดดินไม่ลึก เพียงแค่ฝังตัวเองหลบในช่วงกลางวันเท่านั้น หรือ อาจหลบตามโพรงไม้ โพรงปลวก กองใบไม้ที่ค่อนข้างชื้นเท่านั้น และจะออกมาหาอาหารในเวลากลางคืน%e0%b8%ad%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%9a

อาหาร และการหาอาหารอาหารสำคัญของอึ่งอ่าง ได้แก่ ปลวก มด และแมลงชนิดต่างๆ ส่วนมากจะกินจำพวกปลวก แมงเม่า และมด เป็นหลักการสืบพันธุ์ และวางไข่การผสมพันธุ์ และการวางไข่จะอยู่ในช่วงต้นฤดูฝน และสามารถผสมพันธุ์ได้หลายครั้งตลอดช่วงฤดูฝน แต่ส่วนมากจะผสมพันธุ์ประมาณ 1-2 ครั้ง เท่านั้น โดยจะมีการผสมพันธุ์มากในช่วงต้นฤดูฝนหากฝนตกมาครั้งแรกในปริมาณไม่มาก อึ่งจะดันตัวเองขึ้นมาใกล้ผิวดินขึ้นมาเรื่อยๆ หรืออาจออกมาอาศัยตามโพรงหรือกองใบไม้เพื่อรอฝนชุดหลัง แต่หากฝนครั้งแรก หรือฝนตกอีกที่ทำให้มีน้ำนองหรือมีน้ำขังตามแอ่งต่างๆ อึ่งจะดันตัวเองออกจากรู และเดินเข้าหาแหล่งน้ำทันที เพื่อผสมพันธุ์ และวางไข่

การผสมพันธุ์จะเกิดขึ้นมากช่วงเวลากลางคืน แต่อาจผสมพันธุ์ในเวลากลางวันหากฝนตกกลางวันจนมีน้ำขังมาก และจะเกิดขึ้นได้เฉพาะในแหล่งน้ำขังใหม่เท่านั้น ซึ่งอึ่งจะไม่เลือกแหล่งน้ำเดิมที่มีน้ำขังจากปีที่แล้ว หรืออาจเลือกหากแหล่งน้ำเดิมมีน้อย และมีการเติมจากฝนของปีนี้มากกว่า โดยก่อนผสมพันธุ์ อึ่งเพศผู้จะพองตัว และลอยน้ำ แล้วส่งเสียงร้องเรียกอึ่งเพศเมีย เมื่อผสมพันธุ์แล้ว อึ่งเพศเมียจะวางไข่ในแหล่งน้ำ และเมื่อก่อนถึงตะวันขึ้น หรือหากผสมพันธุ์ และวางไข่เสร็จ อึ่งก็จะแยกย้ายหาแหล่งขุดรูหรือโพรงหลบซ่อนต่อไป

สำหรับไข่อึ่งอ่าง ในช่วงแรกไข่จะติดกันเป็นแผ่นใหญ่ลอยเหนือผิวน้ำ ซึ่งแตกต่างจากไข่คางคกที่มีลักษณะเป็นเส้นสีดำยาว หลังจากนั้น ไข่จะค่อยแยกตัวกัน และจมลงใต้ผิวน้ำจนฟักออกมาเป็นลูกอ๊อด และเจริญมีขา แล้วอพยพขึ้นบนบกอีกครั้งการป้องกันตัวเองของอึ่งอึ่งเมื่อมีภัยหรือถูกคุกคามจากสัตว์อื่น เช่น งู ตะขาบ ก็จะใช้วิธีการพองตัวด้วยการสูบลมเข้าท้อง พร้อมขับเมือกเป็นยางเหนียวออกมา ทำให้การจับหรือคาบของสัตว์อื่นมีการลื่นไหล อึ่งจึงสามารถสลัดตัวออกได้ง่าย

สำหรับการจับอึ่ง หากไม่ใส่ถุงมือก็จะทำให้ยางอึ่งเกาะติดเต็มฝ่ามือได้ง่ายการจับอึ่งอ่างการจับอึ่งจะใช้เพียง 3 วิธี เท่านั้น คือ การจับขณะฝนตกกลางวัน การส่องอึ่งกลางคืน และการขุดอึ่ง1. การจับอึ่งกลางวัน จะจับได้ก็ต่อเมื่อมีฝนตกหนักจนเกิดแหล่งน้ำขัง ซึ่งอึ่งจะออกจากหลบอาศัยแล้วจะคลานหรือกระโดดเข้าหาแหล่งน้ำ ซึ่งคนจับจะคอยดักจับตามแหล่งน้ำนั้นๆ แต่บางพื้นที่ เมื่อฝนตกหนักก็มักจะออกเดินจับตามถนนหรือพื้นที่โล่งที่สามารถมองเห็นตัวอึ่งได้

นักวิชาการระบุควรบังคับใส่ชูชีพทุกครั้งบนเรือ

bae85   กันยายน 20, 2016   ปิดความเห็น บน นักวิชาการระบุควรบังคับใส่ชูชีพทุกครั้งบนเรือ

นักวิชาการ ระบุ กฎหมายควรบังคับให้ผู้โดยสารใส่เสื้อชูชีพทุกครั้งที่อยู่บนเรือ ขณะเตือนต้องช่วยคนจมน้ำแบบถูกวีธี%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9eดร.อิทธิกร ขำเดช นายกสมาคมเพื่อช่วยชีวิตทางน้ำ และนักวิชาการด้านความปลอดภัยทางน้ำ เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงเหตุเรือโดยสารล่มที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า ทางผู้ประกอบการเรือต้องคำนึงถึงมาตรฐานการรับบรรทุก คือต้องไม่ให้เกินจำนวนคนที่กำหนด รวมไปถึงบนเรือต้องมีเสื้อชูชีพ แต่ปัญหาอยู่ที่คนไทยมักไม่ค่อยสนใจในการสวมเสื้อชูชีพ พอคนหนึ่งไม่ใส่

คนต่อมาประมาทไม่ใส่เหมือนกัน คิดว่าไม่น่าจะเกิดอะไรขึ้น นอกจากนี้แล้วเวลาเกิดเหตุเรือล่ม มีคนตกในน้ำ คนที่จะช่วยคนอื่นมักจะว่ายน้ำไม่แข็ง และไม่รู้วีธีในการเข้าไปช่วยอย่างถูกหลักวีธี ทำให้หลายครั้งทั้งคนเข้าไปช่วยและคนถูกช่วยจมน้ำไปด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งการช่วยเหลือคนตกน้ำ ตามหลักสากลแล้ว มีตั้งการตะโกน การยื่นมือ

การโยนของในจับ รวมไปถึงการลงไปในน้ำเพื่อช่วยเหลือ แต่ต้องเข้าช่วยจากด้านหลัง เพื่อป้องกันคนตกน้ำตื่นกลัวแล้วดึงคนช่วยจมลงไปด้วยทั้งนี้ สิ่งที่น่าสนใจในแง่ข้อกฎหมาย คือ ทุกวันนี้มีกฎว่าบนเรือต้องมีเสื้อชูชีพ แต่ไม่มีการบังคับในมีการสวมไส่ ซึ่งที่จริงแล้ว ควรจะมีการบังคับในช่วงที่อยู่บนเรือ ต้องมีการใส่ชูชีพทุกครั้ง เพื่อเป็นการลดการสูญเสียลงได้

มะกอกสรรพคุณมีดีหลายอย่างช่วยบอกต่อ คุณชายแดน สมุนไพรไทยโบราณ

bae85   กันยายน 15, 2016   ปิดความเห็น บน มะกอกสรรพคุณมีดีหลายอย่างช่วยบอกต่อ คุณชายแดน สมุนไพรไทยโบราณ

ไม้ยืนต้น ผลัดใบ สูง 15-25 เมตร ลำต้นกลม ตั้งตรง เปลือกสีเทา หนา เรียบ เปลือก ใบ และผล มีกลิ่นหอม มีรูอากาศตามลำต้น เรือนยอดเป็นพุ่มกลม โปร่ง กิ่งอ่อนมีรอยแผลจากการหลุดร่วงของใบ ใบประกอบแบบขนนก ปลายคี่ ชั้นเดียว เรียงแบบสลับ ใบย่อย 4-6 คู่ ออกเป็นคู่ๆ ตรงข้ามกัน หรือเยื้องกันเล็กน้อย แผ่นใบรูปขอบขนาน กว้าง 3-4 เซนติเมตร ยาว 7-12 เซนติเมตร ปลายแหลมหรือเป็นติ่งแหลม ฐานใบมนเบี้ยว ขอบใบเรียบ ใบค่อนข้างนุ่ม ใบอ่อนสีน้ำตาลแดง เนื้อใบหนาเป็นมัน หลังใบเรียบเกลี้ยง ท้องใบเรียบ ก้านใบร่วมยาว 12-16 เซนติเมตร ดอกแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน ออกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกย่อยจำนวนมากขนาดเล็ก สีขาวครีม

%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%81

กลีบดอกรูปรี ปลายกลีบดอกแหลม ขนาดประมาณ 4 มิลลิเมตร ออกเป็นช่อแบบแยกแขนงที่ปลายกิ่งหรือซอกใบ กลีบเลี้ยง และกลีบดอกอย่างละ 5 กลีบ กลีบดอกสีขาว เกสรเพศผู้มี 10 อัน กลีบเลี้ยงเป็นรูปถ้วย ปลายแยกเป็น 5 แฉก ผลสด มีเนื้อ ฉ่ำน้ำ รูปไข่ กว้าง 2.5-3 เซนติเมตร ยาว 3-5 เซนติเมตร ผลแก่สีเหลืองอมเขียว ถึงสีเหลืองอ่อน ประด้วยจุดสีเหลือง และดำ รสเปรี้ยวจัด เมล็ดเดียว ใหญ่และแข็งมาก ผิวเป็นเสี้ยนขรุขระ พบขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง ออกดอกราวเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ยอดอ่อนรับประทานเป็นผัก ผลรับประทานได้ ผลสุกนำมาใส่ส้มตำ น้ำพริก ยำ มีรสเปรี้ยว ฝาดเล็กน้อย

สรรพคุณ%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%a5ตำรายาไทย ใช้ ผล รสเปรี้ยวอมหวานเย็น เป็นยาฝาดสมาน แก้เลือดออกตามไรฟัน เนื่องจากมีวิตามินซีสูง แก้กระหายน้ำ ทำให้ชุ่มคอ แก้ธาตุพิการ แก้โรคขาดแคลเซียม เนื้อในผล แก้ธาตุพิการเพราะน้ำดีไม่ปกติ และกระเพาะอาหารพิการ แก้บิด ผล ใบ และเปลือกลำต้น แก้ร้อนใน ช่วยให้ชุ่มคอ แก้กระหายน้ำ แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้หอบ บำรุงธาตุ และแก้บิด เปลือกลำต้น รสฝาดเย็นเปรี้ยว ช่วยสมานแผล มีกลิ่นหอม ฝาดสมานและเป็นยาเย็น ใช้ในโรคท้องเสีย และโรคที่เกี่ยวกับลำไส้ แก้บิดปวดมวน ระงับอาเจียน ดับพิษกาฬ แก้ร้อนใน

แก้สะอึก ยางจากต้น มีลักษณะใส สีน้ำตาลปนแดง ไม่ละลายน้ำ แต่จะเกิดเป็นเมือก ใช้ติดของ และทำให้เยื่อเมือก อ่อนนุ่ม เปลือกต้นและแก่น เป็นยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ใบ รสฝาดเปรี้ยว แก้ปวดท้อง น้ำคั้นจากใบหยอดแก้ปวดหู แก้หูอักเสบ ใบมีกลิ่นหอม รสเปรี้ยว และฝาดสมาน เป็นผักจิ้ม และแต่งกลิ่นอาหาร เมล็ด เผาไฟแช่น้ำดื่ม รสเย็น แก้ร้อนใน สุมแก้หอบ แก้สะอึก ราก รสฝาดเย็น แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ทำให้ชุ่มคอ ขับปัสสาวะ สารสกัดเมล็ดด้วยแอลกอฮอล์ไม่มีฤทธิ์ลดไข้ ลดการบีบตัวของลำไส้ หรือลดความดันโลหิตในสัตว์ทดลอง
ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง ใช้ ใบ เคี้ยวกินแก้ท้องเสีย

หมอพรทิพย์ ชี้ผ่าศพธวัชชัย ครั้ง 2 สภาพเปลี่ยนแล้ว

bae85   กันยายน 13, 2016   ปิดความเห็น บน หมอพรทิพย์ ชี้ผ่าศพธวัชชัย ครั้ง 2 สภาพเปลี่ยนแล้ว

หมอพรทิพย์ พร้อมพิสูจน์การตาย ‘ธวัชชัย’ หลังถูกเชิญร่วมสอบ ชี้ผ่าศพได้ต้องมีผลนิติเวชตำรวจออกมาก่อน ผ่าครั้ง 2 พยาธิสภาพเปลี่ยนหมดแล้ว

%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%9e

แพทย์หญิงคุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีต ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ตามที่คณะกรรมการของกระทรวงยุติธรรม ได้เชิญตนเองเข้าร่วมเป็นกรรมการ ร่วมสอบข้อเท็จจริง การเสียชีวิตของ นายธวัชชัย อนุกูล ที่เสียชีวิตในห้องคุมขังของดีเอสไอ ซึ่งในรายละเอียดนั้น ตนเองยังไม่ทราบว่าหน้าที่มีอะไรบ้าง แต่ปกติแล้ว จะต้องตรวจสอบผลการชันสูตร เพื่อสรุปสาเหตุการตายที่ชัดเจนอีกครั้ง ซึ่งตนเองได้ย้ำกับทางดีเอสไอที่นำศพมาเก็บไว้ว่าจะต้องแช่เย็นเอาไว้ เพื่อให้สภาพร่างกายเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด

โดยกำหนดการผ่าพิสูจน์ในครั้งที่สองนั้น จะต้องรอให้ผลการชันสูตรของสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ออกมาก่อน ดังนั้นจะไม่ใช้ช่วงนี้แน่ ไม่เช่นนั้นอาจะเกิดความคลาดเคลื่อนได้ ส่วนที่ผ่าผลการผ่าพิสูจน์ครั้งที่ 2 จะเหมือนกับครั้งแรกหรือไม่นั้น ตอบได้เลยว่าไม่เหมือน เพราะสภาพพยาธิของศพเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา อาทิ เลือดที่ออกจากตับแตก ก็คงตรวจสอบไม่ได้แล้วว่าออกมาเยอะหรือไม่ เป็นต้น

นอกจากนี้ แพทย์หญิงคุณหญิง พรทิพย์ ยังกล่าวอีกว่า การเชิญแพทย์ผู้ผ่าศพครั้งแรก คือ สถาบันนิติเวชวิทยา มาร่วมเป็นคณะกรรมการด้วยนั้น ส่วนตัวเห็นว่าควรจะมาร่วม เพราะจะได้คลี่คลายข้อสงสัยไปพร้อม ๆ กัน หากจะบอกว่าอาจจะทำให้สำนวนคดีสับสนนั้น ยืนยันว่าเป็นคนละประเด็นกัน การชันสูตรศพนั้นต้องเป็นอิสระทางคดี

สุดซึ้ง แนท เกศริน เขียนถึงสามีฝรั่งยามป่วยนอน ICU

bae85   กันยายน 10, 2016   ปิดความเห็น บน สุดซึ้ง แนท เกศริน เขียนถึงสามีฝรั่งยามป่วยนอน ICU

แน็ท เกศริน สาวเซ็กซี่ที่ตอนนี้ได้สร้างครอบครัวเล็กๆ เป็นของตัวเองกับสามีชาวต่างชาติอย่างเป็นทางการ ต้องบอกว่าเธอทำหน้าที่ของภรรยาได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ แม้ในยามที่สามีเจ็บป่วยต้องนอนในห้อง ICUโดยในอินสตาแกรมของ แน็ท ได้่โพสต์ภาพสามีนอนเตียงคนไข้ในห้อง ICU โดยมีเธอนั่งเฝ้าเคียงข้างไม่ห่าง พร้อมกับข้อความที่เขียนไว้จากความรู้สึกของ แน็ท เองที่บอกว่าเป็นคู่รักที่ต้องอึดและอดทน%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%97“บอกเลยคู่เราไม่ธรรมดา อึดและอดทนด้วยกันมาตลอดระยะเวลา2เดือนที่ผ่านมา ไม่ว่าใครคนใดคนหนึ่งป่วยก็จะไม่ทิ้งกัน ที่คุณพี่ป่วยสาเหตุไม่ใช่อะไรเลย คือเขาดื้อคิดว่าตัวเองฉีดวัคซีนครบแล้ว แข็งแรงดีและคิดว่ายังไงตัวเองก็ไม่มีทางที่จะป่วยแน่นอนเข้ามากอดมาหอมดิฉันเวลาหลับ””สุดท้ายติดหวัดจากดิฉันซิค่ะ หนักตรงความดันตกลงมาเหลือ99 สำหรับคนที่ความดันสูง หมอเลยสั่งให้เข้า ICU และให้นอนดูอาการอีก1คืน ดิฉันก็หายแล้วเลยต้องลงมาทำหน้าที่เฝ้าไข้คุณพี่ แต่ห้ามค้างเพราะไม่มีที่นอนค่ะ มีแค่เก้าอี้ตัวเดียว”

“จะรออะไรระหว่างคุณพี่หลับดิฉันก็ทำสมาธิแผ่เมตตาซิค่ะ ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด คุณพี่ไอไม่หยุดแอร์เย็นมากปรับไม่ได้ เลยเอาผ้ามาปิดคอให้คอได้รับไออุ่นก็ไม่ไอแล้วที่นี้หลับสบายดี2 คนตายายดูแลกันไป ใครมันจะมาดูแลได้ดีกว่าคนที่เป็นภรรยา…..ถึงจะบ่นก็เพราะว่าห่วง…พอไม่บ่นก็เล่นเข้าซะ ICU ดิฉันยังไม่อยากเป็นม่ายตอนสาว มนุษย์เมียทำตัวไม่ถูก”ดีแบบนี้จะไม่ให้สามีรักสามีหลงได้อย่างไรคะ

ตร.ทท.รวบแก๊งฟิลิปปินส์ฉกสร้อยเพชร3แสน

bae85   กันยายน 8, 2016   ปิดความเห็น บน ตร.ทท.รวบแก๊งฟิลิปปินส์ฉกสร้อยเพชร3แสน

ตำรวจท่องเที่ยว รวบ 5 ฟิลิปปินส์ แก๊งฉกสร้อยเพชร ค่า 3 แสน ในงาน บางกอกเจมส์ เมืองทองธานี ขณะเตรียมซื้อตั๋วเครื่องบินกลับประเทศที่ท่าอากาศยานดอนเมือง

%e0%b8%89%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2

ตำรวจท่องเที่ยว ท่าอากาศยานดอนเมือง เข้าสอบปากคำ ชาวฟิลิปปินส์ ชาย-หญิง รวมทั้งหมด 5 คน หลังก่อเหตุลักทรัพย์เครื่องเพชร ภายในงาน Bangkok Gems and Jewelry Fair 2016 ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา หลังติดตามจับตัวผู้ก่อเหตุได้ ในบริเวณจุดจำหน่ายตั๋วเครื่องบิน ไฟลท์ภูเก็ต หลังเตรียมหลบหนี ที่ท่าอากาศยานดอนเมืองพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่า

เจ้าหน้าได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเจ้าของร้านเพชร เบส์เอเวอร์ ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายเครื่องเพชร ว่า ผู้ต้องหา 2 ราย ทำทีเป็นแม่ลูก อ้างว่าเป็นชาวอินโดนีเซีย ทำทีมาขอซื้อต่างหูเพชร โดยอ้างว่าจะซื้อให้แม่ในระหว่างเลือกเพชร ผู้ก่อเหตุอีก 1 คน ได้หยิบฉวยเอาสร้อยเพชรไป 1 เส้น มูลค่า 3 แสนบาท หลังจากผู้เสียหาย แจ้งความกับตำรวจ จึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบผู้ต้องหา

จึงประสานตำรวจท่องเที่ยวตรวจสอบ จนพบกลุ่มผู้ต้องสงสัยรูปพรรณสัณฐานคล้ายกับผู้ที่ขโมยเพชรไป บริเวณสนามบินดอนเมือง ในขณะที่กำลังจะซื้อตั๋วเครื่องบินกลับประเทศ ตำรวจจึงแสดงตัวขอตรวจค้น ก็พบสร้อยเพชรที่ขโมยมาอยู่ในกระเป๋าของ 1 ในกลุ่มผู้ก่อเหตุ จึงคุมตัวมาสอบสวน พร้อมประสานล่าม เข้ามาร่วมสอบปากคำ ก่อนจะคุมตัวส่ง สภ.ปากเกร็ด ดำเนินคดีต่อไป

ค้างคาว สัตว์ปีกที่มากับความมืด

bae85   กันยายน 5, 2016   ปิดความเห็น บน ค้างคาว สัตว์ปีกที่มากับความมืด

ค้างคาวมีลักษณะตรงตามที่คำอุปมาที่คนไทยเรียกมาตั้งแต่โบราณว่า “นกมีหู หนูมีปีก” แต่ค้างคาวไม่ใช่หนู และไม่ใช่นก ค้างคาวเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมในอันดับ Chiropteraค้าวคาวมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมหลายชนิดนอกจากค้างคาวที่ใช้ชีวิตเหินหาวกลางอากาศได้ เช่น บ่าง กระรอกบิน แต่การเคลื่อนที่ของสัตว์เหล่านั้นเป็นการร่อน ส่วนการเคลื่อนที่ของค้างคาวเป็นการบิน นับเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมเพียงชนิดเดียวที่บินได้อย่างแท้จริง ปีกของค้างคาวคือพังผืดที่เชื่อมระหว่างนิ้ว กระดูกนิ้วที่ยืดยาวทำหน้าที่เป็นโครงปีก

ค้างคาวมีจำนวนชนิดพันธุ์หลากหลายมาก มีถึงราว 1,240 ชนิด หรือคิดเป็นหนึ่งในห้าของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมทั้งหมดค้างคาวมีเขตกระจายพันธุ์กว้างขวางไปทั่วโลก พบได้ในทุกทวีปยกเว้นแอนตาร์กติกาในระบบนิเวศ ค้างคาวมีบทบาทสำคัญมากในฐานะผู้ผสมละอองเกสร และผู้กระจายเมล็ดพันธุ์ พืชเขตร้อนหลายชนิดที่ต้องพึ่งพาค้างคาวเพียงอย่างเดียวในการแพร่พันธุ์ ค้างคาวยังเป็นผู้ควบคุมประชากรแมลงที่สำคัญอีกด้วย ค้างคาวราว 70 เปอร์เซ็นต์เป็นค้างคาวกินแมลง

ค้างคาวที่เล็กที่สุดในโลกคือค้างคาวกิตติ (Kitti’s hog-nosed bat) มีน้ำหนักเพียง 2-3 กรัม ความกว้างปีกจากปลายปีกถึงปลายปีกเพียง 15 เซนติเมตร ส่วนค้างคาวที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือค้างคาวแม่ไก่ป่าฝน (Malayan flying fox) มีความกว้างปีก 1.5 เมตร หนักประมาณ 1 กิโลกรัมเนื่องจากลำตัวของค้างคาวคล้ายหนู ชื่อเรียกค้างคาวในภาษาต่าง ๆ หลายภาษาจึงเกี่ยวข้องกับหนู เช่นภาษาฝรั่งเศส เรียก chauve-souris (หนูหัวล้าน) สเปนเรียก murciélago (หนูตาบอด) รัสเซียเรียก летучая мышь (หนูบิน), เอสโทเนียเรียก nahkhiir (หนูหนัง)

ค้างคาวมีสองกลุ่มใหญ่ ๆ ค้างคาวใหญ่ มีสายตาดี กินผลไม้ น้ำหวาน หรือเกสรดอกไม้ อีกชนิดคือ ค้างคาวเล็ก เป็นค้างคาวสายตาไม่ดี บางชนิดถึงกับตาบอด ส่วนใหญ่กินแมลง ยกเว้นบางชนิดที่กินสัตว์ใหญ่กว่านั้น เช่นกินปลา กบ หรือบางชนิดเป็นค้างคาวดูดเลือดความสามารถอย่างหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของค้างคาวคือ มีระบบโซนาร์ค้นหาวัตถุ ความสามารถนี้มีในค้างคาวเล็ก ค้างคาวใหญ่เพียงบางชนิดที่มีความสามารถนี้